
โอวาทหลวงพ่อธัมมชโย
รวมภาพโอวาทหลวงพ่อธัมมชโย
บทความธรรมะแนะนำสูตรสำเร็จในการเข้าถึงธรรมรายละเอียด
บทความธรรมะมะเร็งที่ขาวิบากกรรมทำกับไก่มะเร็งที่ขาวิบากกรรมทำกับไก่
เปิดดูต่อ
บทความธรรมะทบทวนโอวาท 610307-เขตในเราต้องเป็นผู้บริสุทธิ์
เปิดดูต่อ
บทความธรรมะทำใจใส ๆ ให้คิดดี พูดดี ทำดี สวดธรรมจักร แผ่เมตตาถ้าใจไม่หยุดนิ่งแล้ว จะอยู่โลกหรือจักรวาลไหนก็ไม่มีความสุข แต่ถ้าใจหยุดนิ่งได้ ใจสงบ จะอยู่โลกหรือจักรวาลไหนก็มีความสุข เพราะเข้าถึง “อัตตา หิ อัตตโน นาโถ” มีที่พึ่งด้วยตัวเอง เป็นอยู่ได้ด้วยตัวเอง มีความสุข ความบริสุทธิ์
เปิดดูต่อ
บทความธรรมะบ่มอินทรีย์ให้แก่กล้าอย่าทอดทิ้งความเพียรกันนะ ให้ตั้งใจนั่งธรรมะกันให้เต็มที่ ทำไปทุกวันแม้ว่า ในช่วงนี้เราอาจจะมีความรู้สึกว่าผลการปฏิบัติยังไม่เกิดขึ้นชัดเจน คือยังเข้าไม่ถึงพระธรรมกายในตัว หรือยังมืดมัวอยู่ แต่ก็อย่าไปวิตกกังวลเพราะทุกครั้งที่เรานั่งหลับตา ฝึกใจให้หยุดนิ่ง แม้ความแสงสว่างภายในยังไม่เกิด หรือสุขจากสมาธิยังไม่ได้ ภาพภายในต่าง ๆ ก็ยังไม่มีมาให้เราดูก็ตาม แต่ก็ไม่ได้แปลว่า “เราฝึกแล้วไม่ก้าวหน้า หรือไม่ได้อะไรเลย”
เปิดดูต่อ
รวมภาพโอวาทหลวงพ่อธัมมชโย

รวมภาพคำสอนยาย

สมัยที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านยังมีชีวิตอยู่ เมื่อถึงวันเวียนเทียนอันเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ท่านจะทำพิธีอาราธนาพระนิพพานให้มาปรากฏในพิธีเวียนเทียน ฉะนั้นในวันเวียนเทียนจึงมีสาธุชนมาร่วมในพิธีเวียนเทียนกันคับคั่ง เพื่อจะได้เห็นอานุภาพของวิชชาธรรมกายที่หลวงพ่อได้อาราธนาพระนิพพานให้ปรากฏแก่สายตาของผู้ที่มาเวียนเทียน ก่อนจะถึงพิธีเวียนเทียนหลวงพ่อท่านจะอธิบายถึงความสำคัญของวันเวียนเทียนวันนั้นเสียก่อน แล้วสอนว่าในขณะที่กำลังทำพิธีเวียนเทียน ให้ทุกคนทำจิตเป็นสมาธิไปด้วย คือ ทำใจให้หยุดนิ่ง ให้เวียนเทียนด้วยอาการสำรวมระวัง ไม่พูดไม่คุย ไม่แสดงอาการศึกคะนองอย่างหนึ่งอย่างใด ให้สำรวมกาย วาจาใจให้สงบ หลังจากนั้นท่านจะนำไหว้พระสวดมนต์


เกิดมาหาแก้ว คุณยายอุบาสิกา ปุก มุ้ยประเสริฐ อายุ 100 ปี ได้บวชชี ทำวิชชาธรรมกายขั้นสูงควบคู่กับหลวงพ่อตลอดมา และเคยเป็นครู เป็นหัวหน้าสอนวิชาคุมวิชชาธรรมกาย เบื้องสูงในสถานที่ทำวิชชา (โรงงาน) ของวัดปากน้ำ ในสมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ คุณยายปุกปฏิบัติธรรมเจริญวิชชา ชั้นสูง มีสติมั่นคงสงบหนักแน่น มีญาณละเอียดอ่อน เข้าถึง วิชชาธรรมกายที่แก่กล้าขั้นสูง ขั้นละเอียดยิ่งในขั้นฝ่ายบุญ ภาคปราบอันหาศิษย์อื่น ๆ ทัดเทียมได้ยากท่านหนึ่งทีเดียว คุณยายปุก เคยบอกเล่าเรื่องจักรพรรดิ, กายสิทธิ์ แก่เหล่า ศิษย์ใกล้ชิดว่า............ ในปี พ.ศ. 2482 วัดปากน้ำนั้นเคยมีป่าช้าในวัด ปากน้ำตรงบริเวณตึกคณะเนกขัมม์ในปัจจุบัน ซึ่งในสมัย นั้น........ วันดีคืนดีก็มีดวงสว่าง ๆ ลอยขึ้นมาจาก พื้นดิน บรรดาศิษย์หลวงพ่อ มีแม่ชีต่างก็คอยแอบจ้อง เพื่อจะจับดวงแก้วที่ลอยขึ้นมานั้นให้ได้ แต่ก็ไม่ สำเร็จ เพราะมีพวกเทวดามาคอยขัดขวาง แต่หลวงพ่อ ท่านประสงค์ที่จะเอาแก้วจักรพรรดิ (บรมจักร) ดวงนี้ขึ้น มาเพื่อนำมาช่วยทำวิชชา ช่วยเหลือวัดปากน้ำต่อไป ในการเลี้ยงพระสงฆ์ สามเณร แม่ชี ผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อส่ง เสริมการปฏิบัติธรรมให้เจริญรุ่งเรือง วัฒนาถาวรต่อไป หลวงพ่อท่านจึงสั่งให้แม่ชีต่าง ๆ ที่มีวิชชาสูง นั่งเข้าที่ ทำวิชาเพื่ออัญเชิญแก้วบรมจักรขึ้นมา โดยเอาเข่งครอบพื้น ดินตรงบริเวณที่บรมจักรอยู่ และเอาผ้าขาวคลุมเข่งไว้ คณะแม่ชีผู้ได้วิชชาธรรมกายก็นั่งสมาธิเข้าที่ทำวิชชา นั่งล้อม รอบเข่งนั้น ทำวิชชาเพื่ออัญเชิญบรมจักรที่มีฤทธิ์มีอานุภาพให้ แทรกแผ่นดินขึ้นมา แต่ในครั้งนั้นคุณยายบอกว่า .....ของหยาบ ไม่ขึ้นมา แต่บรมจักรได้แผ่รัศมีขึ้นมาจนจับผ้าขาวออก แสงสว่างจ้าทีเดียว ตามสำนวนภาษาคนเก่า ๆ พูดว่า “แสงสว่างจ้าจนแสงเขียวเชียว” คือแสงสว่างจ้าเย็นตาเย็นใจมากนั่นเอง ดังนั้นเมื่อของหยาบไม่ขึ้นมา ขึ้นมาแต่ของละเอียด คณะศิษย์จึงขุด เมื่อขุดพบแล้วก็เอาผ้าขาวหุ้มห่อบรมจักร นั้น แล้วพระภิกษุรูปหนึ่งก็อุ้มออกจากหลุมนำมาไว้ที่วิหาร ขาว หลวงพ่อวัดปากน้ำบอกว่าต้องทำวิชชา 3 เดือนจึง จะเปิดผ้าขาวได้ และเอาดอกมะลิบูชาไว้ แต่ในระหว่างกลางพรรษา มีวันหนึ่งฝนตกหนักชนิดเรียก ว่าเหมือนฟ้ารั่วตกแทบแผ่นดินจะถล่มทะลาย ตามสำนวนคน เก่า ๆ พูด ฟ้าก็คำราม คำรน สะเทือน เลื่อนลั่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งฝนทั้งฟ้า เหมือนดังจะถล่มทลายที เดียว เมื่อเหตุการณ์สงบดีแล้วปรากฏว่า แก้วบรมจักรก้อนนั้น ได้อันตรธานหายไปทั้ง ๆ ที่ห่อผ้าขาวไว้ ผ้าก็ยังห่ออยู่โดย ไม่มีรอยแก้วแต่ประการใด

ประวัติคุณยายทองสุข สำแดงปั้น แม่ชีทองสุข สำแดงปั้น อดีตวิปัสสนาจารย์ผู้มีชื่อเสียง เกิดวันพุธที่ 1 สิงหาคม 2443 ปีชวด ที่บ้านสะพานเหลือง อำเภอบางรัก กรุงเทพ ฯ เป็นลูกคนที่ 3 ของนายร่ม และนางวัน ชีวิตวัยเด็กกำพร้าบิดามารดาแต่เยาว์วัย ท่านอยู่ในอุปการะของคุณลุงและคุณอา แต่งงานกับคุณหมอชื้น สำแดงปั้น ศัลยแพทย์โรงพยาบาล จุฬา ฯ มีบุตร 2 คน แต่อยู่ไม่นานคุณหมอสามีถึงแก่กรรม ท่านประกอบการค้าขายเลี้ยงบุตรและตนเองโดยไม่ฝืดเคือง อายุ 30 ปีเริ่มศึกษาสมถวิปัสสนาแนววิชชาธรรมกาย ที่วัดปากน้ำ (ภาษีเจริญ) กับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ที่สอนให้ จะยืน เดิน นั่ง นอน อย่าทำใจให้คลอน ให้หยุดนิ่งอยู่ที่ ศูนย์กลางกาย โดยบริกรรมภาวนาว่า"สัมมาอะระหัง" วันหนึ่งขณะที่เดินไปซื้ออาหารที่ตลาดประตูน้ำใกล้วัด ใจของท่านก็ตรึกนิ่งจรดที่ศูนย์กลางกายตามคำสอนของ หลวงพ่อ ระหว่างที่เดินท่านก็เห็นดวงธรรม ดวงใส สะอาดอยู่ศูนย์กลางกายมองครั้งใดที่ใดเห็นสว่างไป หมด ท่านจึงรีบกลับวัดกราบเรียนหลวงพ่อ ฯ ท่านได้ธรรมกายอายุ 35 ปี ท่านศรัทธามากจึงบวช เป็นชีวัดปากน้ำ ฯ อายุ 40 ปี เมื่อศึกษาจนความรู้มั่นคง แล้วหลวงพ่อวัดปากน้ำ ได้มอบหมายส่งท่านออกเผยแพร่ ธรรม สอนพระกัมมัฏฐาน แม่ชีทองสุข เป็นครูชั้นเลิศ มีวิธี การสอนที่ละเอียดละออ ท่านเน้นและทบทวนธรรมที่สอนอยู่ เสมอไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ศิษย์ เพื่อให้ศิษย์รู้ จำได้ เข้าใจจริง จนประสบความสำเร็จ สมกับที่หลวงพ่อ ฯ วางใจให้เป็นครู แม่ชีทองสุขมีความสามารถในการสอน เมื่อถามก็ตอบ ให้เข้าใจ และจะแนะนำแก้ไขข้อขัดข้องอุปสรรคต่าง ๆ ด้วย เมตตา ท่านสอนหลักการแก่ศิษย์ว่า "อย่างเกร็งตัว อย่ากด ลูกนัยน์ตา กำหนดบริกรรมนิมิตและบริกรรมภาวนาเรื่อยไป กำหนดใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย รู้เฉย ๆ ว่าใจเรานี้ อยู่ที่ศูนย์ ฯ รู้เพียงเท่านี้ก่อน ไม่ต้องร้อนใจ ทำใจให้ เฉย ๆ เรื่อย ๆ ตัดความอยากรู้อยากเห็นเร็ว ๆ นั้นเสีย ตัดความกังวล ยังไม่เห็นก็อย่าเสียใจ ขอให้ทำให้ถูก ต้องและมีความเพียรเถิด ธรรมะเป็นของจริง ถึงเวลาแล้ว เห็นเอง เมื่อเห็นแล้วก็อย่าดีใจเกินไป เพราะจะทำให้ นิมิตนั้นหายได้ ขณะที่ท่านสอนจะเรียบเรียงถ้อยคำ ลำดับเหตุ ลำดับ ผลจัดวางความยากง่ายอย่างเหมาะสมกับศิษย์จนเข้าถึงแก่น และการนำเรื่องเปรียบเทียบที่ให้ความกระจ่างแจ้งแก่เนื้อหา ดังเช่นคำสอนของท่านที่ว่า "ใจของเราเป็นของละเอียด ไม่ใช่ของหยาบ ถึงแม้ใจเราจะไม่วอกแวกไปไหนต่อไหน แล้วก็ตาม แต่หากจะบังคับให้หยุดทันทีก็ยังลำบาก เราต้องใช้วิธีตะล่อมใจทีละเล็กทีละน้อย ใจเราก็จะยอม หยุดเอง อุปมาเหมือนเราจะจับไก่เข้าเล้า หากใช้วิธีวิ่ง พรวดพราดเข้าไปจับ ไก่จะหนีไปจับตัวไว้ไม่ได้ แต่หากใช้ วิธีค่อย ๆ ตะล่อมเข้าหาไก่ เรียกไก่เข้ามา ไก่นั้นจะเชื่อง ยอมให้เราจับได้โดยง่าย จึงเปรียบเหมือนเรา เมื่อเพ่งแรง เกินไปใจก็จะไม่ยอมหยุด ก็หากค่อย ๆ ภาวนาประคับประ คองนิมิตให้เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ในที่สุดใจนั้นก็จะเชื่องหยุด ในที่ตั้งของใจ คือ ที่ศูนย์กลางกายนั้นเอง" ท่านกับศิษย์แม่ชีเธียร ธีรสวัสดิ์ ได้จาริกเผยแพร่ สมถวิปัสสนา ตามแนววิชชาธรรมกาย ตามบัญชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ในสถานที่หลายแห่ง แห่งละนานบ้าง ไม่นาน บ้าง มี วัดปากน้ำ บางปะกง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี บ้านบึง พนัสนิคม พนมสารคาม ปราจีนบุรี ท่าเรือ ท่าประชุม หาด ยาง ระแหง นครปฐม ราชบุรี สิงห์บุรี นครสวรรค์ ตะพาน หิน พิษณุโลก และเชียงใหม่ ท่านจึงมีลูกศิษย์มากมาย เฉพาะเข้าถึงธรรมได้ธรรมกาย มีจำนวนเป็นพัน ท่านมิได้ละทิ้งหน้าที่ที่พระอาจารย์ของท่านมอบหมาย ไว้ให้เลย จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2506 เวลา 19.35 น. ในที่พักวัดปากน้ำ ท่ามกลางญาติมิตรและศิษยานุศิษย์ สิริอายุย่าง 63 ปี อยู่ในเพศผู้ทรงศีลประมาณ 23 ปีพัฒนะ และ สุนีรัตน์ รวบรวมและเรียบเรียง