ตัวหยุดไม่ได้ก็โทษตัวเอง

อย่าไปโทษใครเลย โทษตัวเอง โทษใครก็ไม่ได้ โทษตัวของตัวเอง คนอื่นเขาหยุดได้ ตัวหยุดไม่ได้ก็โทษตัวเอง โทษคนอื่นไม่ได้ จะไปเวรให้ใครก็ไม่ได้ ต้องว่าตัวเอง โทษตัวเองทีเดียว

ภิกษุสามเณรบางรูป อยากได้ธรรมเต็มที อุตส่าห์พยายามทำใจให้หยุดนิ่ง หยุดหนักเข้า บางทีมันไม่หยุด ทำไปเท่าไร ๆ ก็ไม่หยุด บ่นแต่ไม่หยุดนั่นแหละ จนกระทั่งทำไม่เป็นเสียเลย บางท่านทำประเดี๋ยวเดียว เป็นเสียแล้ว เป็นเรื่องไปทีเดียว

อย่างกับผู้ที่เทศน์นี้ เคยเป็นอุปัชฌาย์บวชให้เขา สามเณรบางรูป ภิกษุบางรูป พอปรารภบวช พอปรารภผมก็เป็นทีเดียว

เอาผมมาพิจารณาทีเดียว ทำใจให้หยุด ผมเป็นนิมิตสมาธิทีเดียว พอบอกให้เท่านั้นแหละ แกเห็นทีเดียว เห็นผมทีเดียว เห็นผมแล้ว ก็อ้าวผมน่ะมันเป็นอย่างไร รูปพรรณสัณฐานเป็นอย่างไร ประมาณบอกถูกละ โคนไปทางไหน ปลายทางไหน สีสันวรรณะเป็นอย่างไร บอกถูกละ

นิ่งเข้ากลางผมนั่นแหละ ประเดี๋ยวเดียวเป็นดวงใส เท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ ประเดี๋ยวเดียว พอบอกขาดคำ เป็นแล้ว

ท่านองค์นั้นเป็นแล้ว อ้าวเป็นอยู่กลางดวง อยู่กลางดวงนั่น พอหยุดก็ให้อยู่กลางดวงนั่น กลางดวงใสเท่าดวงจันทร์ดวงอาทิตย์นั่น ฯ

(กัณฑ์ที่ ๓๗ : ปกิณกเทศนา ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๗ จากหนังสือมรดกธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร))