พระเดชพระคุณ หลวงพ่อวัดปากน้ำ พูดแนะนำพระของขวัญ 2

บัดนี้ ท่านทั้งหลายทั้งหญิงและชาย ได้เสียเวลาสละให้เป็นส่วนพุทธศาสนาโดยตรง มาสมทบทุนสร้างโรงเรียนพระปริยัติ ที่ท่านได้เสียสละโลกียทรัพย์สร้างโรงเรียนพระปริยัติแห่งนี้ ได้ชื่อว่าทำถาวรวัตถุไว้ให้พระพุทธศาสนา เรียกว่าเป็น ศาสนสมบัติ เมื่อสร้างสมบัติให้ศาสนาแล้วท่านผู้สร้างสมบัติให้ศาสนานั่นแหละ จักเป็นเหตุเป็นที่ตั้งให้มีสมบัติไม่รู้จักสิ้นเสื่อม

เหตุนี้ ท่านทั้งหลายที่เสียสละทรัพย์ลงไปแล้ว 25บาท 30บาท 40บาท 50บาท ตามศรัทธาของตนที่สละลงไปนั้น ก็ได้ชื่อว่าทำผลถาวรให้แก่เจ้าของ เจ้าของทรัพย์นั่นเองได้รับผลต่อไปในภายหน้า ที่ฝังฝากไว้ในพระพุทธศาสนาเช่นนี้ไม่เสื่อมทรามนับภพไม่ถ้วน เพราะทานบริจาคของท่านที่สละทรัพย์นั้นจะส่งผลให้ท่านในมนุษย์ก็จะส่งผลของมนุษย์ให้ในทิพย์ก็จะส่งผลที่เป็นทิพย์ได้ ในกามภพนี้จะได้สมบัติในภายหน้านับประมาณมิได้

เหตุนี้ บัดนี้ท่านทั้งหลายได้เป็นผู้อุปถัมภ์พระศาสนาเช่นนี้ ฝ่ายทางพระศาสนาที่ได้รับสมบัติของท่าน ก็จะมีของตอบแทนแก่ท่านคือ ของศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเราทั้งหลายยังไม่เคยพบไม่เคยเห็นว่าศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ อาจจะเป็นได้จริงหรือคาดคะเนไม่ถูก

ผู้พูดนี้เองเป็นผู้อาราธนาพระพุทธเจ้าในนิพพานมีธรรมกายมากด้วยกัน ได้ไปอาราธนาพระพุทธเจ้ามานับพระนิพพานไม่ถ้วน นับอสงไขยไม่ถ้วน มาผลิตของขวัญนี้ให้ปรากฏขึ้นให้แก่มนุษย์ ธรรมกายในมนุษย์นี้ ก็ได้เข้าสมทบด้วยดูแลการนั้น ๆ ท่านทำอย่างไรก็ทำไปตามท่าน พระพุทธเจ้าจัดแจงทำทั้งนั้น ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนกระทั่งถึงวันออกพรรษาวินาทีหนึ่งมิได้หยุดเลย

ท่านกระทำความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน พอออกพรรษาแล้ว พอได้อรุณก็สำเร็จความประสงค์ของท่านในการผลิตของขวัญ องค์ต้นทรงรับสั่งว่า

“ตั้งแต่มีธาตุมีธรรมมา ของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้เพิ่งบังเกิดขึ้นในโลก”

แล้วก็หับพระโอษฐ์ทีเดียว

เมื่อได้ของขวัญไปแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้...จงแก้ห่อของขวัญออกดูให้เข้าใจ ให้จำได้แม่นเชียวดูด้วยตามนุษย์เสียให้จำได้แม่นยำ ท่านจงน้อมใจของท่านให้หยุดอยู่ที่ ศูนย์กลางกายฐานที่7 เหนือสะดือ2นิ้วมือ

บูชาพระรัตนตรัยซึ่งเป็นของศักดิ์สิทธิ์ สิ่งอื่นจะศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าไม่มีในโลก เสร็จแล้วให้หยิบเอาองค์พระของขวัญท่านมาพิจารณาให้จำได้ แล้วหลับตา น้อมองค์พระไปตั้งไว้กลางตัวในกลางศูนย์ข้างใน แล้วให้บริกรรมภาวนาว่า "สัมมาอะระหัง" นึกให้เห็นเหมือนกับเห็นด้วยนัยตาจริง ๆ

นึกหนักขึ้นก็เห็นชัดหนักขึ้นจนชัดแจ้งกับตาจริง ๆ การเห็นนั้นไม่ใช้ตามนุษย์เห็น เป็นตากายทิพย์เห็น(กายที่เรานอนฝันออกไปนั่นแหละคือกายทิพย์) เมื่อเห็นชัดแจ้งดังนั้นแล้วก็ต้องมองให้เห็นไว้เสมอในอิริยาบททั้งสี่ เมื่อทำให้เห็นอยู่ดังนี้เสมอ พระท่านก็จะโปรดเรา ต่อแต่นั้นท่านจะปาฏิหาริย์ นิรมิตองค์ของท่านให้โตออกไปบ้าง เล็กเข้ามาบ้าง แล้วเปลี่ยนสีเป็นต่าง ๆ ขาวเป็นเงินยวงบ้าง เป็นปรอทบ้าง เป็นสีทองคำบ้าง เป็นสีเหลืองต่าง ๆ บ้าง เป็นสีขาวสะอาดบ้าง เป็นสีแก้วมรกตบ้าง ขาวใสเหมือนเพชรบ้าง เหมือนกระจกส่องเงาหน้าบ้าง เมื่อเห็นได้ขนาดนี้แล้วอย่ายินดีอย่ายินร้าย ทำใจให้เฉยนึกว่านั่นเป็นปาฏิหาริย์ของพระท่าน ท่านโปรดเรา เราต้องเคารพ ระลึกถึงท่านเสมอ

เมื่อทำได้ดังนี้ได้ชื่อว่าบูชาพระองค์ท่านด้วยคารวะอย่างยิ่ง ไม่มีการบูชาอื่นจะยิ่งไปกว่า ในชั้นนี้องค์พระท่านจะมาปาฏิหาริย์จนเต็มส่วนของท่าน เป็นแก้วหมดทั้งองค์ งามไม่มีที่ติ ท่านจะประทับอยู่ที่ศูนย์กลางกายของเราตามเดิม แต่ประทับผินพระพักตร์ออกมาตามกายของเรา ที่ศูนย์กลางกายของเราเป็นที่ประทับของท่าน ใจของเราก็ต้องให้หยุดอยู่ที่ศูนย์กลางองค์พระเหมือนกัน ให้เหมือนกับหยุดที่ศูนย์กลางกายมนุษย์

เมื่อเราเข้าถึงองค์พระดังนี้แล้ว ต้องการอะไรก็อาราธนาให้ท่านช่วย

ต้องสำเร็จตามปรารถนา ต่างแต่ช้ากับเร็วเท่านั้น หรือทันใดนั้นก็ได้

เมื่อเราหัดทำใจให้เข้าถึงองค์พระได้ชำนิชำนาญคล่องแคล่วดังนี้แล้ว

ในเมื่อเราจะไปทางบกก็ดี ทางน้ำอากาศก็ดี หรือจะไปในที่ใดที่หนึ่งก็ดี

หรือมีเหตุการณ์บังเกิดขึ้นโดยปัจจุบันก็ดี เราก็จะอาราธนาให้ท่านช่วยได้ทันท่วงที

ถ้าเรารับราชการ ก็ขอให้งานทางราชการของข้าพเจ้าราบรื่นเรียบร้อย

ถ้าเราค้าขาย ก็ขอให้ซื้อง่ายขายคล่องกำไรงาม

ถ้าเราทำนา ทำสวน ทำไร่ ทำกิจการใด ๆ ขอให้การกระทำนี้ได้ผลเกินควรเกินค่า

ถ้าเราจะไปทางน้ำ ทางบก ขอให้ไปดีมาดีสวัสดีมีชัยทุกเมื่อ เทอญ

ขอให้ท่านทั้งหลาย บรรดาที่มาช่วยสมทบทุนช่วยในการก่อสร้างหมดด้วยกัน

จงประสพแด่ความสำเร็จสมประสงค์ทุก ๆ ประการเทอญ

โดย #พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) #พระผู้ปราบมาร #หลวงพ่อวัดปากน้ำ #หลวงปู่วัดปากน้ำ #LuangPuWatPaknam #Phramongkolthepmuni (Sodh Candasaro) #MaraVanquisher