วันหนึ่ง คืนหนึ่งให้ใจวนเวียนอยู่กับความดี
การที่เราได้ตัดสินใจทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างในทางโลก ทิ้งความสนุกสนานเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย การทำมาหากินต่าง ๆ ทั้งลาภยศ สรรเสริญ ในทางโลกเราทิ้งได้ทุกอย่าง ก็เพราะว่าลูกทุกคนได้พิจารณาเห็นว่า ทางโลกนั้นมันไม่ใช่เป็นทางที่เราจะสร้างบารมีให้สะอาดบริสุทธิ์ บริบูรณ์ เหมือนกับเพชรที่เจียระไนแล้วไม่ได้เลย เพราะต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่ผู้ทุศีลเป็นจำนวนมาก
แต่ผู้มีศีลเป็นจำนวนน้อย ทิ้งสิ่งเหล่านั้นมาเข้ามาสู่เส้นทางการสร้างบารมี มีวัตถุประสงค์ที่จะมาศึกษาวิชชาธรรมกาย เพื่อที่จะได้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตของตัว และทำเป้าหมายของชีวิตให้ชัดเจน ทำพระนิพพานให้แจ้ง หรือมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม นี่เป็นประการแรก
ประการที่ ๒ ก็จะมุ่งมาฝึกฝนอบรมตัวของเรา ให้มันสมบูรณ์ ๆ ด้วยวิชชาและจรณะ แล้วประการที่ ๓ ก็เพื่อสร้างบารมี อะไรที่มันเป็นบุญเป็นบารมี เราก็จะทำกันอย่างเต็มที่ โดยใช้เวลาที่มีจำกัดอยู่ในโลกนี้ หรือวันหนึ่ง คืนหนึ่งให้ใจวนเวียนอยู่กับความดี กับการสร้างบารมีทุกชนิด โดยไม่มีข้อแม้ข้ออ้าง และเงื่อนไขใด ๆ เลย
นี่คือความตั้งใจจริงของเราตั้งแต่แรก แล้วเราก็ได้มาเข้าสู่เส้นทางการสร้างบารมีนี้ ยอมรับกฎเกณฑ์ ระบบ ระเบียบ ทั้งธรรมวินัย และกฎเกณฑ์ที่หมู่คณะมอบให้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าทำให้เราตามใจตัวเราเองไม่ได้ แต่เราก็เต็มใจที่จะทำ เพื่อความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของเรา เพื่อการสร้างบารมี ฝึกฝนอบรมตนและการศึกษาวิชชาธรรมกาย
เพราะฉะนั้น..เมื่อลูกทุกคนได้มีความตั้งใจเป็นอย่างดีแล้วอย่าให้ใจซัดส่ายไปที่อื่น ที่นอกเรื่องนอกราว ที่ไม่เป็นสาระแก่นสาน ที่ไม่ใช่เรื่องของพระของเณร ของอุบาสก ของอุบาสิกา เมื่อใจเราไม่ซัดส่าย ก็จะได้หยุดนิ่งอยู่ภายใน เมื่อใจหยุดอยู่ภายในถูกส่วนเข้า เดี๋ยวก็จะเข้าถึงสิ่งที่มีอยู่แล้วภายในไปตามลำดับ ที่เราได้ยินได้ฟังกันบ่อย ๆ เข้าถึงดวงธรรม เข้าถึงกายภายใน เข้าถึงพระธรรมกาย แล้วก็จะได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย เพราะฉะนั้น..ถ้าหากเรามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะให้เข้าถึงสิ่งที่มีอยู่ในตัวของเราให้ได้ ถ้าตั้งใจแน่วแน่อย่างนี้ก็จะเข้าถึงจนได้
ทั้งพระและเณรให้ดูแบบอย่างพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ถ้าเราอยากเป็นอย่างท่าน เราก็ต้องทำอย่างท่าน ของคุณยายก็เช่นเดียวกัน ถ้าอยากเป็นอย่างคุณยาย ก็ต้องทำอย่างคุณยาย แต่ถ้าไปทำตรงกันข้ามกันก็ไม่เป็นแบบท่าน
นี่ต้นแบบมีอย่างนี้อยู่แล้ว เป็นบรรทัดฐานเอาไว้สำหรับเทียบเคียงตัวของเราเองว่า “ได้ดำเนินตามรอยท่านแล้วหรือยัง” ถ้าเดินตามรอยท่าน เราก็จะต้องไปเป็นอย่างท่าน คือ ไปรู้ไปเห็นในสิ่งที่ท่านได้รู้ได้เห็นได้เข้าถึง และได้เป็นในสิ่งนั้น นี่คือเครื่องวัดของเรา แบบแผนของเรา เพราะฉะนั้น..ใครที่ยังไม่เป็นอย่างนี้ ก็ให้ปรับปรุงแก้ไข ใครที่เป็นแล้วก็ทำให้เจริญขึ้นไปเรื่อย ๆ ทำทุกวันทุกคืน อย่าได้ไปท้อถอยกันนะ
หลวงพ่อธัมมชโย