หลวงพ่อเปิดใจ : กรณีเรื่องแบ่งแยกสงฆ์
โดย หลวงพ่อธัมมชโย (พ.ศ.2542)
เรื่องที่ 3 เขาบอกว่าหลวงพ่อกำลังแบ่งแยกสงฆ์
ทำให้สงฆ์แตกแยก เราก็มาพิจารณาดู ตั้งแต่บวชองค์เดียว สร้างวัดพระธรรมกาย
นั่งอยู่ที่ใต้เต็นท์ มีกองฟาง แล้วเขาก็เอาอาสนะให้หลวงพ่อนั่ง
แต่เดิมบวชอยู่องค์เดียว วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2512 ต่อมาก็มีหลวงพ่อทัตตะบวช องค์นั้นองค์นี้บวช ค่อย ๆ รวมสงฆ์ขึ้นมาเรื่อย
ๆ นะ จากองค์หนึ่งเป็น 2 องค์ เป็น 5 องค์
10 องค์ รวมกันเรื่อยมา เดี๋ยวนี้นี่
รวมสงฆ์ได้มากที่สุดในประเทศนะ ดูเหมือนว่า วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา
วันคุ้มครองโลก จะรวมได้ร่วมแสน หลวงพ่อว่าลูกทุกคนคงพอจะจำกันได้ ว่าหลวงพ่อรวมหรือหลวงพ่อทำลายให้สงฆ์แตกออกจากกัน
นี่รวมกันมาได้แสนองค์แล้วนะ แล้วก็ยังคิดต่อไป ถ้าหากยังอยู่นะ
ถ้าเขายังให้โอกาสหลวงพ่อเป็นเจ้าอาวาส แล้วก็ยังไม่อุ้มไปไหน ก็จะทำกันต่อไป
เรื่องอุ้มนี่หลวงพ่อก็พยายามลดน้ำหนักเพื่อให้เขาอุ้มได้สะดวก จะอุ้มไปไหนก็ตาม
สะดวก
บางคนก็บอกต้องมีบอดี้กงบอดี้การ์ด หลวงพ่อบอกไม่เอาล่ะ
ถ้าอุ้มก็อุ้มกันไป เขารักเรา เขาเอ็นดูเรา เพราะการจะอุ้มมันต้องเอ็นดูกัน
ถ้าไม่เอ็นดูมันก็ไม่อุ้มกันล่ะ อย่างอุ้มลูกอุ้มหลาน อุ้มอะไรต่ออะไรกันไป
แสดงว่ารักมากจึงอุ้ม ก็จะเตรียมตัวกันอย่างนี้ แต่ถ้าหากว่ายังไม่โดนอุ้ม
และยังเป็นเจ้าอาวาส อยู่ ยังไม่จับสึก แต่ยังไงแล้วคงไม่ยอมให้สึกล่ะ ยอมตาย
ยอมตายนะลูกนะ หลวงพ่อนี่ยอมตาย ไม่ยอมสึกหรอก จะตายในผ้าเหลือง (เสียง สาธุ)
จะตาย ในผ้าเหลือง
เพราะฉะนั้น..ถ้ายังอยู่นะลูกนะ
จะรวมสงฆ์ให้ได้ทั้งภายในและต่างประเทศ เอามาปฏิบัติธรรม (เสียงสาธุ) ให้ลูก ๆ ได้มาถวายทานสร้างมหาทานบารมี
ให้ สนุกสนานกันใหญ่ทีเดียว (เสียงสาธุ) ไม่ช้าเราก็จะกลับไปอยู่ที่เดิมกันแล้ว เพราะฉะนั้นสั่งสมบุญกันให้เต็มที่
ถ้ายังอยู่นะลูกนะ แต่ถ้าไม่อยู่ก็ทำกันต่อไป แต่ขอยืนยันว่า ไม่เคยคิด ไม่เคยพูด
ไม่เคยทำที่จะแบ่งแยกสงฆ์ แบ่งแยกนิกายก็ไม่เคย ยังอยู่ในมหานิกายอย่างนี้แหละ
และยังคิดฟุ้งซ่านไปนะ
อยากจะรวมให้เป็นนิกายเดียวกันด้วยซ้ำไป ทั้งธรรมยุติ ทั้งมหานิกาย
เอามารวมกันแล้วเรียกนิกายอะไร ก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ท่านจะเรียก
อยากให้เป็นอย่างนั้นด้วย ไม่อยากจะแยก อยากจะรวม นี่คือความในใจของหลวงพ่อ
แล้วก็อยากจะรวมกันหมดทั่วโลกไปเลย ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
แล้วก็มองพระพุทธศาสนาไปอีกพันปีข้างหน้า อย่ามองอยู่เฉพาะหน้า นี้เลย เมื่อปู่ย่าตายายรักษาพระพุทธศาสนาตกทอดมาถึงเราอย่างนี้
เราก็จะต้องรักษาต่อไป สืบทอดต่อไปอีกเป็นพันปีข้างหน้า
ทีนี้เราก็ต้องคิดว่า อีกพันปีข้างหน้า พระพุทธศาสนาจะเป็นอย่างไร จะให้คงอยู่ ให้เป็นเหมือนสมัยพุทธกาล ให้เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขต่อมวลมนุษย ชาติอย่างแท้จริง เราควรจะทำอย่างไร ต้องเริ่มคิดกันแล้ว และก็ต้องเตรียมการตั้งแต่นี้ไป ถ้าคิดอย่างเดียวไม่เตรียมการ ไม่ฝึกหมู่คณะ ไม่ฝึกพระฝึกเณร ฝึกพุทธบริษัททั้ง 4 ให้ทำงานอย่างมีระบบ มีระเบียบ มีการจัดการที่ดี ถ้าไม่ทำอย่างนี้ไปไม่ถึงหรอก หรือไปถึงอย่างแกน ๆ ดีไม่ดีจะเหมือนอย่างในอินเดีย ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดพระพุทธศาสนา แต่พระพุทธศาสนาไม่ได้อยู่ในนั้น แล้ว ไปอยู่ที่อื่น เหลือแต่ต้นโพธิ์และสังเวชนียสถาน 4 แห่ง ซึ่งไปเห็นแล้วก็ให้เกิดความสลดสังเวช ที่จริงมีอีกแห่งหนึ่งที่น่าสลดสังเวชคือพระพุทธศาสนาหมดจากอินเดีย หมดไปแล้ว ดังนั้น เราควรจะมองกันไปตรงโน้น ไม่ใช่มองแค่ตรงนี้ (วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2542)