หลวงพ่อเปิดใจ : กรณีเรื่องที่ดินโดย หลวงพ่อธัมมชโย (พ.ศ.2542)

เขาตั้งข้อหาให้หลวงพ่อ 3 อย่าง อวดอุตตริบ้าง แบ่งแยกสงฆ์บ้าง เกี่ยวกับเรื่องที่ดินบ้าง เรื่องที่ดิน ถ้าถามว่าอยากได้ไหม อยากนะ อยากได้ เอามาทำไม เอามาซื้อมาขาย เอาไปจำนองจำนำ หรือไปค้ำประกันใครหรือเปล่า เปล่าเลย ที่อยากได้ ก็เพราะว่าจะให้เป็นที่ปฏิบัติธรรมของหมู่บ้าน

เพราะบางคนเขาไม่สะดวกมาวัด จะมาวัดพระธรรมกายบ่อย ๆ ก็ลำบาก นาน ๆ มาทีปีละ 3 ครั้ง มาฆะ วิสาขะ กฐิน มาได้ แต่จะมาบ่อย ๆ ก็ลำบาก จะได้อาศัยที่นั้นปฏิบัติธรรม ทีนี้ถ้าทุกหมู่บ้านมีที่ปฏิบัติธรรม และเขามาปฏิบัติธรรมแล้วเขาเข้าถึงธรรม เข้าถึงพระธรรมกาย อะไรจะเกิดขึ้น โจรรึ ขโมยรึ หรือว่าคนดีเกิดขึ้นในสังคม เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าคิดนะ

ทีนี้ มีคนเอาที่มาถวายหลวงพ่อ แล้วเขาก็บอกวัตถุประสงค์ให้เสร็จ หลวงพ่อก็ทำตามที่เขาบอก เขาอยากให้เป็นอย่างไรเราก็ตามใจเขา ได้รับมาแล้ว ก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ไปดูแล หมายความว่า ผู้รับผิดชอบของหมู่คณะ มีคณะ-กรรมการเข้าไปดูแล และหลวงพ่อก็หมดหน้าที่กันไป ไม่ได้ติดอกติดใจในที่ดิน เหล่านั้นเลย

คิดว่าสักวันหนึ่งเมื่อเรามีทีมและมีทุน เราก็จะทำที่ตรงนั้นให้เกิดประ-โยชน์สำหรับเผยแผ่ธรรมะ ก็แค่นั้นเอง ไม่เห็นจะเป็นเรื่องซับซ้อนอะไร แต่ต่อมา เขารู้สึกกังวลกับการที่หลวงพ่อได้รับที่เหล่านี้ อยากให้เอาเข้าวัด เข้าวัดก็ดีหลวงพ่อก็ไม่ได้ขัดข้อง ก็เซ็นให้ ตอนนี้เซ็นไปแล้ว แต่เซ็นไปแล้ว ปัญหามันไม่หมด จะจับหลวงพ่อปลดออกจากเจ้าอาวาส ไม่ได้ปลดองค์เดียว ปลดทั้งทีม เลย หมู่คณะที่ร่วมสร้างวัดกันมาตั้ง 29 ปี จะปลดออกหมดเลย และยังไม่พอ ยังจะจับสึกกันอีก สึกยังไม่พอ เอาติดคุกติดตะรางอีก

สิ่งที่ออกกฎมา ไม่ใช่ใช้บังคับหลวงพ่ออย่างเดียว ใช้บังคับทั้งสังฆมณฑล ทุกวัดก็จะพลอยเดือดร้อน ใครบวชเป็นพระ ระหว่างเป็นพระ มีสมบัติอย่างนี้เข้าก็ต้องโอนหมด โดยลำพังหลวงพ่อไม่มีปัญหา โอนเข้าไปเลย อยากได้ก็เอาไป ไม่ติดใจอะไร

แต่บางวัดไม่อย่างนั้น หลาย ๆ ท่านมาเล่าให้หลวงพ่อฟัง ท่านบอกว่า บวชเป็นพระได้สัก 10 พรรษา โยมแม่ก็เข้ามาหาบอกว่า จะเอาที่มาถวาย แต่ไม่ให้วัดนะ ให้ท่าน ถามว่าโยมแม่ทำไมไม่ถวายวัดล่ะ ไม่เอา ถวายท่านนั่นแหละ เมื่อบวชต่อมาท่านก็ได้ทำงานพระศาสนา ก็ใช้ที่ผืนนี้เอาไปจำนอง ได้เงินมาจ่าย เป็นเงินเดือนของครูบาอาจารย์ที่มาช่วยสั่งสอนพระเณร

พอญาติโยมเอาเงินมาถวาย ก็ไปไถ่ถอนกลับมา เอาเข้าเอาออกอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา เพราะที่วัดท่านเปิดเป็นโรงเรียนบาลีปริยัติสามัญ มีสอนทางโลกด้วย ทางธรรมด้วย ทางรัฐบาลกว่าจะให้งบมาก็นาน ๆ ทีหนึ่ง ทั้งค่าครู ค่าอาหาร ค่าอะไรต่าง ๆ ท่านต้องหากันเองทั้งนั้น ก็ได้ที่ผืนนั้นทำประโยชน์แก่พระศาสนา เป็นอย่างนี้จำนวนมากหลายวัด

ทีนี้ถ้าบังคับหลวงพ่อให้โอน แล้วไปกระทบสังฆมณฑล อันนี้เป็นสิ่งที่หลวงพ่อฟังดูแล้วใจมันสลดหดหู่ ทีนี้ถ้าไม่บังคับสังฆมณฑล จะมาขยันใช้บังคับเฉพาะหลวงพ่อ เพราะรักหลวงพ่อมากคนเดียว กฎหมายออกมาใช้บังคับกับคนเดียว มันก็แปลก แล้วท่านผู้รู้ท่านบอกนะ มันไปแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ และยังไปแย้งกับกฎหมายแพ่ง เขาบอกว่าพระมีที่ดินส่วนตัวได้ มันแย้งกันไปแย้งกันมา

ทีนี้ ถ้าจะใช้บังคับหลวงพ่อ ก็ต้องไปแก้กฎหมายแพ่ง แก้กฎหมายรัฐ ธรรมนูญ อย่างนั้นจึงจะได้ เขาว่ากันอย่างนั้นน่ะ แล้วทีนี้นี่มันน่าแปลก ขณะ ที่หลวงพ่อมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่ ยังมีคนจะเอาที่มาถวายหลวงพ่อถึง 3 ราย รายหนึ่งจะถวายเป็น 10 ไร่ อีกรายหนึ่ง 100 กว่าไร่ อีกรายหนึ่ง 300 กว่าไร่ หลวงพ่อบอกยังไม่เอาหรอก เพราะแค่นี้ก็ปวดหัวตัวร้อน ปวดท้องปวดไส้กันไปหมดแล้ว ก็ไม่รู้จะทำกันยังไง ลูกเก็บเอาไว้ก่อนเถอะ อย่าเพิ่งเลย

แต่หลวงพ่อน่ะ อยากได้มันทั่วประเทศไปเลย ถ้าหากว่าพอจะมีบุญอยู่บ้าง ยังเป็นเจ้าอาวาสอยู่ ก็จะตั้งใจทำต่อไปล่ะ ใครเอาที่มาถวาย ถ้าเขาให้โอกาส เอามันทุกหมู่บ้านไปเลย 5-6 หมื่นหมู่บ้านนี่แหละ ตั้งเป็นที่ปฏิบัติธรรม ชวน คนมานั่งปฏิบัติธรรม เรามีที่ เรามีทุน เรามีทีม เราก็ทำกันไป ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะได้ขยายออกไป สันติสุขจะได้เกิดขึ้น (วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2542)


#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย #ธรรมะคุณครูไม่ใหญ่