“สู้รบปรบมือกับพญามาร ต้องสู้ด้วยความเบิกบาน”
ถ้านึกได้ตลอดเวลารวมทั้งในช่วงทำภารกิจงานหยาบด้วยจะดีมาก ก็ตรึกไปเรื่อย ๆ ตรึกได้บ้าง หลุดบ้าง ก็ไม่เป็นไรนะ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาอย่างนี้ ตรึกไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็จะได้อย่างต่อเนื่องไปเอง
ความนิ่งของใจ ก็มาจากการปล่อยวางทั้งหมดในโลก ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ แล้วมันจะนิ่งแน่นเพิ่มขึ้น กระทั่งความคิดอื่นแทรกเข้ามาไม่ได้ ซึ่งความสุขก็จะเกิดขึ้น และจะเป็นเครื่องยืนยันว่าเราทำถูกต้อง ความสุขเพิ่มขึ้น ๆ แม้ความรู้สึก เฉย ๆ ก็ยังไม่ใช่นะลูก
วันนี้สุข 10% พรุ่งนี้สุข 20 วันต่อไป30-40-50% 100-200-300 มากขึ้นไปเรื่อย ๆ สุขตลอดเส้นทางเลย ซึ่งตลอดเส้นทางสายกลาง ที่จะสู้รบปรบมือกับพญามาร ต้องสู้กันด้วยความเบิกบาน จึงจะประหารกิเลสได้ ไม่ต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ใด ๆ เส้นทางสายกลางจะเป็นอย่างนี้ กลับตาลปัตรกับทางโลก ที่ต้องใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ ต้องมีการพลัดพราก โศกเศร้า เสียใจ แต่รบกันภายในนั้น มีแต่ความสุขเพิ่มขึ้น สุขมากยิ่งขึ้น บรมสุข มากกว่าบรมสุข
เพราะฉะนั้น..ลูกพึงสังเกตดู ถ้าทำถูกต้องจะง่าย ถ้าทำถูกมากกว่านี้ ต้องง่าย ๆ ถ้ามากกว่านี้อีก คือ ต้องง่ายแสนง่าย ง่ายที่สุด และมากกว่าง่ายที่สุด จะเพิ่มขึ้นอย่างนี้เรื่อย ๆ นี้คือข้อสังเกต ลูกสังเกตตัวเองนะ หลวงพ่อให้หลักสูตรไว้แล้ว
ให้จำเอาไว้นะว่า ถ้ายากไม่ใช่ ยากแสนยากก็ยิ่งไม่ใช่ ถ้ารู้สึกว่ายากก็ให้ไปล้างหน้าล้างตานะ พอสบายเสร็จนั่งใหม่ เริ่มต้นใหม่เพราะแสดงว่าผิดสูตรแล้ว ถ้าหากถูกต้องใจจะมีความสุขเป็นอิสระ ให้สังเกตนะลูกนะ (พ.ศ.๒๕๕๑)
#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย