ความฝันหลวงพ่อ : ฝันเห็นดวงดาวบนฟ้าตกลงบนพื้นดิน ฝันขอพรจากพระพุทธเจ้า

 

ตอนนั้นยังหนุ่มอยู่ ยังเป็นนักศึกษา แล้วก็ยังอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญที่คุณยายอาจารย์ของเราท่านอยู่ตรงนั้น ที่นั่ง ที่นอน ที่รับแขกที่เดียวกัน และครูไม่ใหญ่นั่งพิงเสาหัวด้วน เสาเล็ก ๆ แล้วก็เล่าความฝันให้ท่านฟัง

 

คุณยายท่านจะเป็นคนอารมณ์ดีนะ ไม่เคยเห็นท่านโกรธเลย อารมณ์ดี๊ดี เข้าใกล้ท่านแล้วเย็น อยากเข้าใกล้  แต่แปลกทำไมท่านไม่ถือสานะ หรือรำคาญ เอ๊ะ ครูไม่ใหญ่เอาความฝันอะไรมาเล่าให้ฟัง ทุกครั้งพอเล่าจบ ท่านจะนั่งขัดสมาธิ เข้าที่เลย หลับตาเลย แล้วไม่ทราบท่านไปเอาคำตอบมาจากไหน มันแปลกตรงนี้

 

เท่าที่นึกได้ในตอนนี้ก็มีอยู่ มีอยู่คืนหนึ่ง ค่อนรุ่ง จะฝันไม่ยาวนะ นิดเดียว

 

ฝันว่าไปอยู่บ้านหลังใหญ่อยู่หลังหนึ่ง มีพระพุทธรูปใหญ่ เหมือนพระประธานในโบสถ์นั่นแหละ ตั้งอยู่ในบ้าน ใหญ่ขนาดพระประธานในโบสถ์เรา บ้านหลังเบ้อเร่อเลย

 

อยู่ ๆ พระประธานท่านก็พูด ท่านเรียกชื่อครูไม่ใหญ่ตอนเป็นคฤหัสถ์ บอกว่าให้ไปดูที่หน้าต่าง ก็ไปยืนที่หน้าต่าง แล้วก็มองไปบนท้องฟ้า มีดวงดาวจำนวนมาก ดวงใหญ่ ดวงเล็ก มัน ลอยจากท้องฟ้าเต็มเลย แปลกที่ว่า ในบ้านก็สว่างนะ แต่ก็ไปยืนตรงหน้าต่างแล้วก็เห็นดวงดาว ลอยมา เต็มท้องฟ้าเลย เยอะมาก

 

เสียงพระพุทธรูปในบ้านก็บอกอีกว่า ให้มาหยิบเอาขันมา ก็ไปหยิบเอาขัน แต่ไม่ใช่ขันล้างหน้านะ เป็นขันเงินใบใหญ่ ๆ แบบชาวเหนือที่เขาใส่บาตร แล้วท่านก็กำกับ แต่ท่านไม่ได้ลุกขึ้นมาชี้นะ ท่านก็นั่งของท่านเฉย ๆ พระพุทธรูปนะ แต่เหมือนมีชีวิตนะ พุทธรูปองค์นี้ ท่านบอกให้เอาขันวางไว้ แล้วอยู่ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวดวงดาวจะลงมาในขัน

 

ก็นั่งดูว่า เอ ดวงดาวอะไรจะลงมาในขัน เออ ดวงดาวลอยจากท้องฟ้าลอยลงมาตกลงใน ครูไม่ใหญ่ก็นั่งดู

 

เออ พอตกลงไปในขันแล้วเป็นพระธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ มาใหญ่เลย แต่ก็มีบางดวงจำนวนหนึ่ง ไม่เข้าขัน แต่เข้าบ้าน เข้าหน้าต่างมา ลอยผ่านขัน ก็มองตาม แต่แปลกทำไมเรามองทะลุฝาบ้านไปได้ ก็เห็นเป็นถนน มันก็มีหลุม มีบ่อ มีน้ำขังอยู่ ดาวที่ลอยผ่านไม่ลงในขัน เข้ามาในบ้าน ลอยไปตกอยู่ในแอ่งน้ำที่บนถนน กลายเป็นกบ เป็นเขียด เป็นกุ้ง เป็นปลาเต็มเลย ฝันแค่นี้

 

พอเล่าจบ คุณยายท่านก็จะนั่งเข้าที่ทำสมาธิแบบเดิมอีกแล้ว ไม่มีอะไรใหม่ด้วยท่าที่สงบเสงี่ยมและสง่างาม สักพักหนึ่ง แล้วก็ลืมตาขึ้น ท่านจะเรียบ ๆ ท่านจะพอดี ๆ ไม่รู้จะใช้คำว่าไง ท่านจะเป็นคนพอดี ๆ แปลกดีเหมือนกัน อะไรมันดูพอดี ๆ ไปหมด แม้แต่พูด ท่านจะเรียบ ๆ

 

คุณเหตุการณ์ มันจะยังไม่เกิดตอนนี้นะ มันจะไปเกิดในอนาคต ตอนที่คุณบวชนั่นแหละ มักจะมีอย่างนี้ ซึ่งครั้งที่สามแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับประโยคนี้แล้ว

 

บ้านหลังใหญ่ ก็คือสำนักในการปฏิบัติธรรม เมื่อคุณบวชแล้วนะ จะมีสำนักใหญ่

พระพุทธรูป นั้นคือ พระในตัวคุณ จะบอกคุณ

 

แล้วที่ให้ไปดูดวงดาว ดวงดาวนั้น คือ ผู้มีบุญทั้งหลาย เขาจะมาสู่สำนัก บางพวกก็จะมาดู ทำไมใส่แว่น อ่ะ อันนี้ว่าเองนะ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่ก็จะมาปฏิบัติธรรม แต่บางส่วนก็มาดู

 

ส่วนที่ปฏิบัติธรรมคือ พวกที่ลงมาในขันแล้วเป็นพระบรมสารีริกธาตุ คือเขาจะได้บรรลุธรรมตามกำลังแห่งบารมีของเขา

 

แต่อีกส่วนหนึ่งมาดู เขาก็มีบุญเหมือนกันนะ เพราะบางดวงใหญ่ บางดาวเล็ก แล้วเขาก็ไม่สนใจการปฏิบัติธรรม เขาจะผ่านเลยไป ไปตกในแอ่งน้ำ

 

แอ่งน้ำก็คือ ห้วงน้ำ คือกาม คือโกรธ ภาษาท่านนะ คือโลภ โกรธ หลงอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น อยู่บนถนน ในเส้นทางที่ใคร ๆ เขาก็เป็นกัน แล้วจิตใจเขาจะตกต่ำ จากดวงดาวเป็นกบ เป็นเขียด กุ้ง ปู ปลา คล้าย ๆ จิตใจเขาจะตกต่ำ

 

เรื่องนี้จะเกิดในอนาคตเมื่อคุณบวช ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรก็ฟัง ๆ มา มันแปลกดี ที่ คือชอบที่ท่านเอ็นดู หรือเมตตา ไม่รำคาญเรา ที่เอาฝันอะไรก็ไม่รู้ไปเล่าให้ฟัง แล้วชอบที่ท่านนั่งหลับตามันสงบเสงี่ยมสง่างาม แล้วก็ชอบที่ท่านเอามาตอบ ไม่รู้เอามาจากไหน เพราะท่านไม่รู้หนังสือ แล้วท่านก็ตอบด้วยอาการเรียบ ๆ ง่าย ๆ ไม่เวอร์ ไม่อะไร สบายๆ ไม่เคยเห็นคุณยายเวอร์เลย  แปลกจัง  ก็เลยติดนิสัยท่านมา แต่ว่าเพิ่งมาซ้อม ๆ ตอน DMC มีเม้าท์แตก เพราะไอ้ตอนเราดี ๆ เขาก็รุมกันด่า ตอนนี้เราก็ทำบ้า ๆ เผื่อเขาจะว่าเราดีบ้าง

ดวงดาวก็จะลอยลงมาในขันเงิน เต็มเลยนะ แล้วมันพูน ๆ  ขึ้น มาเท่าไหร่ใส่ขันนั้นได้หมด เอ๊ะ แปลก ดวงดาวดูมันย่อเล็กลงใส่หมดเลย เพราะตอนโผล่ไปหน้าต่างมันเหมือนเต็มท้องฟ้ามา ก็ทำท่าขึ้นพูน ๆ  ขึ้นมา

 

แล้วบางดวงก็จะลอย บางดวงใหญ่ บางดวงเล็ก เอ๊ะ ทำไมมองทะลุฝาบ้านได้ ทะลุกำแพง ทะลุผนังบ้าน มองไป เห็นบนถนน มีหลุม มีบ่อ แล้วก็ไปตก แล้วก็ไปเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด

 

เออ แล้วทำไมท่านแปลอย่างนี้ ไม่ยักแปลว่า กบเขียดตัว หมายถึง ๑,๒ ถนน หมายถึงอย่างนั้น นี่ก็เป็นหลาย ๆ เรื่องที่พอมันผ่านไปแล้วก็แปลกใจ

 

ก่อนเจอยาย ก็เคยฝัน ฝันสั้น ๆ

 

ตอนนั้นยังเป็นนักเรียนอยู่ ยังไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัย อยู่ในช่วงแสวงหาตามสำนักต่างๆ แล้วก็จะอ่านธรรมะไปเรื่อย ๆ อายุประมาณ ๑๕,๑๖

 

มีอยู่คืนหนึ่งนอน แต่เหมือนไม่ได้ฝัน เหมือนเราลืมตาเห็นทั้งห้อง แล้วเห็นพระพุทธเจ้าท่านมายืนอยู่ข้าง ๆ สง่างามมาก สวยมาก ท่านบอกว่าให้ขออะไรได้อย่างหนึ่ง แปลกดีเหมือนกันนะ

 

ก็ขอท่าน แล้วสิ่งที่ขอ ไม่นึกเลยว่า จะต้องเอามาใช้จริง ๆ ซึ่งตอนนั้นชีวิตก็ลำบากนะ ไม่ได้สะดวกสบายอะไรหรอก เราน่าจะขอให้รวย ให้หล่อ ให้อย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ยักขอ แต่ขออย่างหนึ่ง ได้นำมาใช้จนกระทั่งปัจจุบันนี้

 

ขอว่า ให้มีความอดทน แล้วท่านก็นิ่ง ๆ นะ     แล้วก็หายไป สมความปรารถนาจริง ๆ เลย เพราะเวลาท่านจะรับนี่ ท่านจะอริยดุษณี คืออยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ แปลว่าท่านให้พรแล้ว ว่า ที่ขอให้อดทน จะได้อดทนจริง ๆ นี่ เลยได้เอามาใช้จนกระทั่งบัดนี้เลย เสียดายตอนนั้นเรายังไม่ได้เจอยาย เลยต้องอดทน เอามาใช้จนกระทั่งปัจจุบันนี้เลย

 

วันเสาร์ที่  ๑๙   เดือนกุมภาพันธ์ พ.. ๒๕๔๘

 

#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย