ความฝันหลวงพ่อ : ฝันเดินบนถนนเศษแก้ว

 

มีอยู่คืนหนึ่งพอนั่งสมาธิเสร็จก็นอนนะ คืนนั้นก็ฝันไปว่า เห็นถนนเส้นหนึ่ง ยาวไปไกลถึงไหนก็ไม่ทราบนะ แต่ปลายถนนนั้นเห็นความสว่างเจิดจ้า และก็พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านจะมาอยู่ ข้างซ้ายมือมั้ง ในฝันนะ

 

ท่านเรียกชื่อตอนนั้นยังเป็นคฤหัสถ์อยู่ บอกให้เดินไปบนถนน  ก็มองไปที่ถนนที่ท่านบอกให้เดิน พอก้มไปที่ถนน โอ้โฮ มันมีเศษแก้วแตกปูเรียงแน่นเต็มถนน ยาวสุดปลายทางเลย

 

ด้วยความเคารพบูชาเทิดทูนท่าน ก็เดินไป ในความรู้สึกตอนนั้นยังจำได้ถึงวันนี้เลย เหมือนเราเดินเท้าเปล่า เหยียบไปบนลูกรังหยุ่น ๆ แต่มันไม่ถึงกับของแหลมที่มันตำเข้าไปนะ คือเศษแก้วมันก็ไม่ตำเท้านะ มันทิ่ม ๆ ลงไป แต่ไม่ตำ

 

คือ หลีกไม่พ้น บนถนนเส้นนั้น มีแต่เศษแก้วที่อัดแน่นเลย เหมือนปูด้วยเศษแก้วทั้งถนนอย่างนั้น แก้วแตก ของมีคม ทั้งแหลมทั้งคม ก็เดินไป หลวงปู่ท่านก็ให้กำลังใจไปเรื่อยนะ ท่านอยู่ข้าง ๆ นะ ก็เดินไปหยอง ๆ แหยง ๆ จนถึงปลายทาง

 

ปลายทางเป็นชายหาด และสุดชายหาดก็เป็นท้องทะเลที่ไม่เห็นฝั่งเลย ท่านบอกให้เดินต่อไปอีก เดินไปบนชายหาด ชายหาดก็ร้อน ๆ ก็เดินเพราะท่านบอกข้าง ๆ พอไปสุดชายหาดก็เป็นทะเล ท่านบอกให้เดินต่อไป ท่านเรียกชื่อนะ เดินต่อไป แล้วท่านก็เดินไปด้วย แต่ท่านจะเดินลอย ๆ นะ เหนือน้ำขึ้นมา แต่ครูไม่ใหญ่เดินบนผิวน้ำ

 

ท่านบอกเดินต่อไปอีก ไปถึงท่านบอก ตรงนี้เป็นกลางทะเลแล้ว ให้หยุดตรงนี้ แล้วก็ให้ปักหลัก เอ๊ะ จะไปเอาหลักที่ไหนกลางทะเล แต่พอนึกเท่านั้น ก็มีเสาใหญ่ ๆ นะ มาจากไหนก็ไม่ทราบ มาทางอากาศ มาถึงก็ปักจึ๊กลงไปเลย ถึงก้นทะเลลึก ท่านบอกว่านี่เป็นศูนย์กลางของทะเล ถ้าเดี๋ยวนี้ก็คงเหมือนสะดือทะเลอย่างนั้นแหละ หลาย หลักเลย เยอะแยะไปหมดเลย

 

แล้วท่านก็เรียกชื่ออีก บอกให้อยู่ตรงนี้ ท่านก็เดินเหนือผิวน้ำไปสุดสายตาที่น้ำจรดขอบฟ้านั่นแหละ ก็อยู่ตรงนั้นนะ ยืนอยู่บนผิวน้ำ ตรงหลักนั้นที่เยอะแยะไปหมด เสาใหญ่ ๆ นั่นน่ะ ท่านก็เดินเหนือ ๆ ผิวน้ำไปเรื่อยสุดขอบฟ้านะ แต่เสียงที่ท่านพูดประกาศก้องให้สัตว์ในน้ำ มาตรงเสาหลัก แล้วก็เรียกชื่อครูไม่ใหญ่นี่ที่ปักอยู่ตรงนั้นน่ะ  มาตรงนั้น อย่าไปตรงโน้น เพราะตรงนั้นเป็น ท่านก็พูดถึงเรื่องพญามาร  แต่คำของท่านนะ ภาษาของท่านนะ แต่ครูไม่ใหญ่แปลแล้วอย่างนี้ อ้ะนี่ ว่าพญามาร ทางนั้นเป็นทางของมารเขา แต่ท่านไม่ได้ใช้คำว่ามาร ท่านใช้คำตรงเป๊ะนั่นเลย เอ้อ ก็แปลกนะ พูดสุดขอบฟ้านั่นนะ แต่เสียงมาถึงครูไม่ใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงกลางทะเล ตรงเสาตรงนั้นนะ

 

สัตว์น้ำมากันโกลาหลเลย มากันเยอะแยะหมด แล้วภาพหลวงปู่หายไปไหนก็ไม่ทราบนะ เห็นแต่สัตว์น้ำมา ปลาใหญ่ ปลาเล็ก มากันเยอะแยะไปหมดเลย มันแปลกตรงพอมาถึงหลัก มันเป็นคน มีบางตัวแค่นั้นเอง มาแล้วยังเป็นปลาต่อ แต่ที่มาถึงหลักเป็นคนเลย แล้วก็ตื่นเลย

 

ครูไม่ใหญ่ก็ถามยาย  ผมฝันอย่างนี้ ๆ ตอนนั้นยังไม่ได้บวช สิ่งที่ท่านทำ ก็คือทำสมาธิ หลับตาเลย ท่านกลับไม่เห็นว่า ฝันของเด็กหนุ่มเป็นเรื่องไร้สาระ คล้าย ๆ เป็นตุเป็นตะอะไรกันไปอย่างนั้น  

 

ฝันนี้ท่านนั่งนานกว่าฝันอื่น ฝันอื่นท่านจะนั่งแค่ ๕ นาที แต่ฝันนี้ท่านหลับตาประมาณ ๑๐ นาที แล้วก็พูด ท่านจะหลับตาพูดนะ เหมือนท่านดูอะไรสักอย่าง คล้าย ๆ ดูไปพูดไป อาการท่านคล้าย ๆ อย่างนั้น คือครูไม่ใหญ่จำเป็นจะต้องอธิบายให้ละเอียดนิดหนึ่ง เพราะเราไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยกันน่ะ มีอยู่แต่ครูไม่ใหญ่กับท่านแค่นั้นเอง เราจะได้นึกภาพออกไง

 

เหมือนท่านดูอะไรสักอย่าง ผ่านแสงสว่างภายใน แล้วก็เห็นภาพเรื่องราวอะไรอย่างนั้นมั้ง นี่นะ ไม่อย่างนั้นคนเราจะหลับตาพูดทำไม อ้ะ นี่มันก็เรื่องน่าคิดนะ ก็ปกติก็ลืมตาพูดก็ได้นี่ แต่นี่ท่านหลับตา เหมือนท่านไปอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่งนะ ที่ผ่านแสงสว่างดูไป ผ่านแสงสว่างภายใน แล้วท่านก็พูดออกมาเลย มันต่างจากที่เราดูทำนายฝันในหนังสือ หรือฝันโน่นฝันนี่ แตกต่างมาก อย่าลืมว่า คุณยายอาจารย์ของเราไม่รู้หนังสือนะ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านหมดสิทธิ์ในการไปอ่านหนังสือทำนายความฝัน

 

ท่านก็บอกว่า ที่คุณฝัน ต่อไปคุณจะต้องไปปักหลักสอนธรรมะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้นะ ต่อไปในอนาคต คุณจะต้องไปปักหลักสอนธรรมะ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้มีความคิดที่จะตั้งสถาบันศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมอะไรเลย ยังไม่มีอะไร ยังไม่มีที่ ยังไม่มีอะไร ยังไม่มีไอเดียเลย

 

ท่านก็ว่าอย่างนี้นะ จะไปปักหลักเป็นศูนย์กลางที่จะเผยแผ่ธรรมะ  แต่เส้นทางที่คุณจะเดินทางไปเพื่อจะไปตั้งให้มันเกิดขึ้น มันเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย แต่คุณก็จะเดินไปได้ เพราะมีพระเดชพระคุณหลวงปู่ ท่านดูแลอยู่ เดินไปได้ จนกระทั่งหมดอุปสรรคเกี่ยวกับเรื่องของมีคม แหลม ๆ คม ๆ คอยทิ่ม ๆ ตำ ๆ แต่จะทิ่ม จะตำอย่างไรก็ไม่เข้า เพราะผิวหนังมีภูมิต้านทาน แล้วคุณก็จะต้องเดินทางต่อไป

 

ที่คุณเดินไปบนผิวน้ำ ท่านบอกว่า น้ำ คือ กาม เหมือนชาวโลกทั้งหลายที่เขาติดกามกัน ครองเรือนทางโลก ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ห้วงน้ำคือกาม แต่เนื่องจากท่านไม่รู้ภาษาหนังสือ ท่านก็ไม่ได้ไปอ่านอะไร  ท่านก็บอก น้ำนั้น หมายถึง คือการครองเรือนแบบเพศของชาวโลก

 

คุณจะไม่ได้ครองเรือน เพราะว่าเดินอยู่บนผิวน้ำ โดยมีพระเดชพระคุณหลวงปู่ แต่สมัยนั้นท่านบอก หลวงพ่อวัดปากน้ำจะคอยประคับประคองไป

 

จนกระทั่งไปถึง นี่คำของท่านนะ อย่าต่อว่าครูไม่ใหญ่นะ  ก็เดินไปพอไปถึงกลางทะเลคือสถานที่ ที่ท่านเห็นว่าเหมาะสม แล้วท่านบอกให้หยุด ก็คือสถานที่ที่จะเป็นที่เผยแผ่ธรรมที่เนื่องด้วยท่าน ก็คือพุทธศาสนาวิชชาธรรมกายนั่นแหละ

 

หลักที่ปักก็คือการสร้างสถานที่ขึ้นมา แต่มันจะไม่ได้เกิดขึ้นในตอนนี้ จะเกิดขึ้นในอนาคต ถึงจะมีอุปสรรคอย่างไรนี่ก็สำเร็จ ท่านว่า ก็จะปักหลักอย่างมั่นคง

 

แล้วหลักที่ปักลงกลางทะเล คือ ทะเลแห่งความรู้ ปักไปถึงก้นทะเล แปลว่าคุณจะ แทงตลอดในธรรม ใน ๆ ในวิชชาธรรมกาย นี่ ท่านว่านะ เพราะปักไปถึง คือไม่ได้ปักแบบเสาลอย ๆ ที่เขาเรียกว่าหลักลอย  อันนี้หลักไม่ลอยหลักจึ๊ก ป๊อก ลงไปปักแน่นเลย

 

แล้วหลวงปู่ ท่านจะไปช่วยตามมนุษย์ผู้มีบุญมา แต่ยังมีกิเลสอยู่ เพราะฉะนั้นสัตว์น้ำทั้งหลาย ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งกามสุขครองเรือนแบบชาวโลกนั่นนะ ตัวเป็น ๆ น่ะเป็นมนุษย์ อ้ะ แต่ใจนี่ยังไม่หลุดจากสิ่งเหล่านั้น นี่ในการครองเรือน มีทุกข์มีอะไรต่าง ๆ สารพัด ก็จะถูกท่านไปตามมา แล้วบอกว่าให้มาที่หลักนี่ คือท่านไปตามมา ให้มาในที่ที่จะเผยแผ่ตรงนี้นะ พอมาถึงหลักที่คุณปักอยู่ เขากลายเป็นคน

 

แล้วก็ส่วนหนึ่งที่มาแล้วไป เขาก็จะไปเป็นเหมือนเดิม คือ มาดูเข้าถึงธรรมอะไรแต่ว่ามาแล้วก็ผ่านไป แต่ผู้ที่เข้าถึงนั้นเป็นมนุษย์ คือจิตใจเขาจะสูงส่ง จะสูงขึ้นมานี่ที่เข้ามาเรียนธรรมะกับคุณ จิตใจเขาจะสูงขึ้น แล้วก็พ้นจากความรู้สึกแบบชาวโลกทั่ว ๆ ไป แต่เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตอนนี้จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

วันพุธที่  ๗   เดือนมกราคม พ.. ๒๕๕๒

 

#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย