“เราเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่เทวดา”
วัตถุประสงค์ที่เรานึกเป็นภาพก็ดี หรือวางใจนิ่งเฉย ๆ ก็ดี
เพราะต้องการให้ใจกลับมาอยู่ที่ตั้งดั้งเดิมภายใน
เพื่อให้ใจหยุดใจนิ่งหลังจากที่วิ่งไม่หยุดไปในเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมานานแล้ว
ทำให้เราไม่พบกับความสุขที่แท้จริง ดังนั้นเราต้องมาฝึกใจให้หยุดนิ่งอยู่ภายใน
ฝึกไปเรื่อย ๆ นะลูกนะ
อย่าท้อหรือเลิกกลางคันกันนะ ให้ตั้งใจหมั่นทำความเพียรไป
เราต้องยอมรับว่า “เราเป็นมนุษย์ธรรมดา
ไม่ใช่เทวดา”
เพราะฉะนั้น..ฝึกใหม่ ๆ มันก็มีฟุ้งบ้าง มืดบ้าง
เมื่อยบ้าง เบื่อบ้าง ท้อบ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปท้อให้ทำความเพียรกันต่อไปนะ
บางทีเรานั่งไปแล้วดูเหมือนไม่ก้าวหน้า ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่
การที่เราไม่ทำสิถึงจะเรียกว่าไม่ก้าวหน้า แต่ถ้าเราฝึกกันไปทุก ๆ วัน
มันก้าวไปข้างหน้าทั้งนั้น แต่มันอาจจะช้าหน่อย
การที่เราค่อย ๆ เดิน แม้มันจะช้าแต่ก็ถึงเป้าหมาย
แต่ถ้าเราไม่เดินมันก็อยู่กับที่ ไปไม่ถึงเป้าหมาย ก็แปลว่า ถ้าเราไม่นั่งฝึกใจให้อยู่ภายในก็คือการไม่ยอมเดินนั่นเอง
แล้วอย่างนี้มันจะถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างไร
เราต้องฝึก เราถึงจะสมหวังในชีวิต
คือการได้เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ซึ่งมันมีเพียงประการเดียวคือ หยุดกับนิ่ง “นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ สุขอื่นที่นอกจากใจหยุดนิ่งไม่มี” ก็แปลว่า
เราจะไปหาความสุขจากที่อื่น จากคนสัตว์สิ่งของมันไม่มี ที่ไม่เจอเพราะว่ามันไม่มี
ซึ่งผู้ฉลาดมีปัญญาเขาก็ไม่เสียเวลาไปกับการไปหาในสิ่งที่ไม่มี
เพราะสิ่งที่มีอยู่ที่เดียว คือหยุดกับนิ่งภายใน
เพราะฉะนั้น..ฝึกไปเรื่อย ๆ เห็นไม่เห็นก็ไม่เป็นไร
ฝึกไป แต่ฝึกไปเรื่อย ๆ ที่ไม่เห็นเป็นไม่มี ต่างแต่ว่าช้าหรือเร็ว
ถ้าเรามีความเพียรทำอย่างต่อเนื่อง สมํ่าเสมอ ถูกหลักวิชชา คือ วางใจพอดี ๆ เดี๋ยวก็จะสมหวังกันทุกคน
(พ.ศ.
๒๕๔๗)
#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย