“สุดสายธาตุสายธรรม”
พระเดชพระคุณหลวงปู่
พระผู้ปราบมาร ท่านเข้าไปค้นพบว่า “มีหนทางเดียวเท่านั้น ที่จะหลุดพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสของเขาได้ก็คือ
การไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม ให้สุดสายธาตุสายธรรม จึงจะพ้นจากการเป็นบ่าวเป็นทาสพญามาร”
แล้วท่านก็มองเห็นจนกระทั่งท่านกล้ายืนยันออกมาว่า ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาลนิพพานถอดกาย
ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยว่าพญามารบังคับบัญชาอยู่ และจะไปถึงต้องทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นจากพญามารได้
เพราะบางทีไปอยู่ ณ สถานที่ ที่เข้าใจว่า พ้นไปแล้ว แต่จริง ๆ แล้วพ้นไปได้แค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น
และไม่รู้เลยว่า ยังอยู่ในบังคับบัญชาของพญามารอยู่
เพราะฉะนั้น..ญาณทัสนะของพระเดชพระคุณหลวงปู่
พระผู้ปราบมาร ที่ท่านเข้าไปรู้ไปเห็นอย่างนั้น ท่านถึงกล้ายืนยัน
ความไม่รู้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง รู้ในระดับหนึ่งก็เป็นอันตรายที่รองลงมา ความรู้ที่สมบูรณ์เท่านั้นเป็นสิ่งที่ปลอดภัย
เพราะฉะนั้นท่านถึงอุทิศตนทำหยุดทำนิ่ง ค้นเข้าไปเพื่อให้ถึงที่สุดแห่งธรรม เพื่อให้เลยจากที่พญามารบังคับบัญชาให้ได้
ซึ่งท่านก็จะได้หลุดพ้นจากที่ถูกบังคับบัญชา เมื่อท่านหลุดพ้นแล้ว ทั้งหมดก็จะหลุดพ้นตามกันไปด้วย
เพราะทุกสิ่งล้วนเกี่ยวพันกันไปหมด แยกออกจากกันไม่ได้เลย เกี่ยวพันกันหมดเลยตลอดนิพพาน
ภพสาม โลกันตร์ทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่ไม่เกี่ยวพัน เราไม่ได้ไปเห็นอย่างนั้น เราจึงไม่รู้
เราจึงไม่เข้าใจ แต่เราจะเอาตัวของเราเองเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ เพราะเราเป็นผู้ยังที่ไม่ได้ไปเห็น
บัณฑิตนักปราชญ์จะต้องเอาความเห็นของผู้รู้เป็นหลัก
ในเมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ท่านมีญาณทัสนะขนาดนั้น ท่านไปรู้ไปเห็น
ท่านยืนยัน ท่านมาแนะนำสั่งสอน ให้เราได้เดินตามรอยท่าน ให้เราได้รู้ เราก็ควรที่จะเชื่อท่าน
แต่การที่จะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม หรือจะไปให้หลุดพ้นจากที่เขาบังคับบัญชามาเป็นชั้น
ๆ นับชั้นไม่ถ้วน จะทำตามลำพังไม่ได้ ต้องไปกันเป็นทีม เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่
ไปตามลำพังไม่ได้ สมัยพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระผู้ปราบมาร ท่านยังต้องทำกันไปเป็นทีมเลย
ทั้งวันทั้งคืนตลอด ๒๔ น. หมุนเวียนกันอยู่ตลอดเวลาไม่เคยขาดช่วงในการที่จะมุ่งไปให้เลยหน้าพญามาร
ไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม โดยการทำหยุดทำนิ่ง
#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย