“ต้องหยุดกับนิ่งอย่างเดียว”
การปฏิบัติธรรม..เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกายภายในนั้น
คือ งานที่แท้จริงของเราและชาวโลกทั้งหลาย ซึ่งดูเหมือนท่านั่งของเรา เหมือนคนที่ไม่ได้ทำการงานอะไรเลย
แต่จริง ๆ แล้วกำลังทำงานที่แท้จริงอยู่ ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ คือ งานที่ขจัดอาสวะกิเลส
ขจัดศัตรูที่แท้จริงอยู่ภายใน เป็นสงครามภายในที่รบกับศัตรูที่แท้จริง เป็นสงครามภายในเพื่อสันติภาพภายนอก
ซึ่งในทุกขั้นตอนของสงครามภายในนั้น ไม่มีการพลัดพราก ไม่มีน้ำตา ไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ ไม่มีความเศร้าโศกเสียใจ คับแค้นใจพร่ำพิไรรำพัน มีแต่ความสุข สดชื่น เบิกบาน เกิดความรู้แจ้งเห็นแจ้ง มีกำลังใจในการสร้างความดี จะเกิดความรักความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ซึ่งดูเหมือนท่านั่งของเรา
เหมือนคนที่ไม่ได้ทำการงานอะไรเลย คล้ายกับคนเกียจคร้าน ซึ่งจะแตกต่างจากชาวโลกทั้งหลาย
เพราะเขาเคลื่อนไหว คิด พูด ทำ ยืน เดิน วิ่ง ติดต่อคนนั้นคนนี้ ซึ่งดูภายนอกเหมือนจะขยันนะ
ดูทำอะไรตั้งเยอะแยะมากมาย แต่สรุปสุดท้ายแล้วไม่ได้อะไรเลย เพราะเมื่อตายไปจะเอาตัวรอดจากอบายภูมิได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้
เพราะสุขที่แท้จริงก็ไม่เคยเจอ ความจริงของชีวิตก็ไม่รู้จัก
งานของผู้รู้ก็อย่างหนึ่ง
งานของผู้ไม่รู้ก็อีกอย่างหนึ่ง... งานของผู้รู้มีแต่ความสุข ความสำเร็จ ความหลุดพ้นจากกองทุกข์
แต่งานของผู้ไม่รู้นั้น อาจจะได้ทรัพย์มาบ้าง แต่ได้มาเดี๋ยวก็ใช้ไป ชีวิตมีขึ้น มีลง
มีได้ มีเสีย มีปัญหา มีแรงกดดัน มีหายนะ มีมรณะ มีวัฒนะบ้าง สลับวนเวียนกันไป
เพราะฉะนั้น..ลูกทุกคนต้องหมั่นฝึกฝนอบรมใจของเราให้หยุดนิ่งให้ได้
ถ้าหยุดไม่ได้จะเป็นอันตราย ถ้าหยุดไม่ได้ เราจะเข้าไปไม่ถึงพระธรรมกายภายใน แล้วเราจะไม่ได้ลิ้มรสความสุขที่แท้จริงเลย
แม้เราจะเพรียกหา แสวงหา หรือโหยหาแค่ไหนก็ตาม ไม่มีวันรู้จัก
เพราะว่าสุขที่แท้จริงที่ผู้รู้ทั้งหลายได้ไปสัมผัสมายืนยันเหมือนกันหมดว่า “ต้องหยุดกับนิ่งอย่างเดียว”