“คุณยายขวนขวายโดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยบอก”

 

การปฏิบัติธรรม...ลูกต้องขวนขวาย ต้องทำให้ต่อเนื่อง ต้องทำตลอดเวลา และต้องทำให้ได้อย่างคุณยาย ซึ่งท่านเล่าให้หลวงพ่อฟัง ท่านทิ้งทุกอย่าง ปล่อยวางทุกสิ่ง ตัดใจออกจากบ้านขนาดแม่ร้องไห้หันหน้าเข้าข้างฝาท่านยังตัดใจออกจากบ้านมาได้ คือ ในใจมีแต่เป้าหมายที่จะไปตามหาพ่อ แต่จะไปอย่างไร ไปด้วยวิธีการใดก็ยังไม่รู้ และก็ไม่รู้เลยว่าใครจะสอน จะได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ เพราะตอนนั้นคุณยายยังไม่รู้จักพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ มีแต่เป้าหมาย คือ จะไปตามหาพ่อ

 

คุณยายออกจากบ้านมา เพราะรู้ว่าพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำท่านไปนรกสวรรค์ได้ เมื่อมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ แล้วท่านก็สืบทราบมาว่า คุณนายเลี้ยบ สิกาญจนานันท์ เศรษฐีนีย่านสะพานหัน ซึ่งเป็นโยมอุปัฏฐากคนสำคัญของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ชอบไปทำบุญถวายภัตตาหารที่วัดเป็นประจำ คุณยายจึงยอมตนเป็นคนรับใช้มาอยู่ที่บ้านคุณนายเลี้ยบ แม้ว่าครอบครัวท่านจะมีฐานะพอเลี้ยงตัวเองได้อย่างสบาย ๆ มีศักดิ์ศรีและเป็นที่ยอมรับของคนทั้งหมู่บ้าน แต่ท่านกลับยอมตนที่จะมาเป็นคนรับใช้เขา เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาสในการเข้าถึงพระธรรมกาย แล้วจะไปตามหาพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว

 

คุณยายตั้งใจทำงานทุกอย่างอย่างดีที่สุด เพื่อให้เจ้าของบ้านไว้ใจ จนเจ้าของบ้านมอบกุญแจให้ดูแลหีบสมบัติ แสดงว่าต้องไว้ใจคุณยายมากในระดับดีเยี่ยมเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ถือกุญแจ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็หมดตัว

 

คุณยายทองสุข สำแดงปั้น ตอนนั้นท่านยังไม่ได้บวช มาสอนธรรมะให้คุณนายเลี้ยบ คุณยายอยากเรียนธรรมะมากก็ต้องคอยเอาอกเอาใจคุณยายทองสุข เพื่อจะขอเรียนธรรมะด้วย และเจ้าของบ้านก็อนุญาต ทุกวันคุณยายต้องแอบนั่งสมาธิ ต้องรีบทำงานบ้านทุกอย่างให้เสร็จ เพื่อไม่ให้ใครมาตำหนิได้ แล้วแบ่งเวลามานั่งสมาธิ ในห้องพระบ้าง ห้องเก็บของบ้าง ต้องคอยแอบกลัวคนอื่นมาเห็น แล้วจะไปบอกเจ้าของบ้าน หรือกลัวเจ้าของบ้านมาเห็น กลัวเขาเข้าใจผิดว่าแอบมางีบ

 

เมื่อมาเทียบกับพวกเราแล้ว เราสบายกว่าท่านเยอะ นั่งธรรมะไม่ต้องแอบนั่งเลย มีที่ให้นั่งอย่างดี จะนั่งตรงไหนก็ได้ สะดวกสบาย สัปปายะทุกอย่าง ไม่ต้องกลัวสิงสาราสัตว์ แถมมี รปภ. มาคอยดูแลให้อีก ไม่ต้องระแวงว่าใครจะมาเห็น ซึ่งท่านหลับตาไปต้องคอยเป็นกังวล ลูกทุกคนต้องพิจารณาให้ดีแล้วล่ะ ลองเทียบดูข้อแตกต่างระหว่างเรากับท่าน คุณยายนั่งด้วยความกลัวกับความกังวล แสดงว่าใจต้องไม่นิ่ง แต่ขนาดไม่นิ่งของคุณยายก็ดีกว่าพวกเรา แต่ท่านสอนตัวเองได้ โดยไม่ต้องมีใครมาสอนเพราะฉะนั้น ลูกต้องสอนตัวเองกันให้มากนะ

 

และแล้ววันที่สมหวังของท่านก็มาถึง วันนั้นคุณยายทองสุขมาสอนสมาธิที่บ้านคุณนายเลี้ยบ คุณยายได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน ให้นั่งบนดาดฟ้ากับเจ้าของบ้านได้ พอนั่งอย่างไม่วิตกกังวลไม่ต้องคอยระแวงอีก เมื่อใจก็ปล่อยวางได้ ใจหยุดเห็นจุดเล็ก ๆ เท่าดวงดาว ใจมีความสุข พอออกจากสมาธิก็ประคองต่อ เห็นธรรมะตลอดเวลาเพราะมีความสุข ในแต่ละวันก็รีบ ๆ ทำงานให้เสร็จ ไม่ให้ใครตำหนิได้ แล้วก็แอบมานั่งสมาธิ มีฉันทะเกิดขึ้นมาเองเลย ฉันทะในระดับแอบนั่ง และจนในที่สุดท่านก็นั่งจนกระทั่งเห็นกายพระธรรมกาย ก็ได้มาบอกกับคุณยายทองสุข เพื่อให้พาไปหาคุณพ่อที่ตายไปแล้วตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้

 

และแล้ววันที่คุณยายสมหวังก็มาถึง คุณยายเล่าให้ฟัง ในตอนนั้นคุณยายบอกว่า “ยายเห็นชัดมาก เห็นพ่ออยู่ในนรกเพราะดื่มเหล้า” ท่านดีใจมาก เพราะสมหวังที่ได้เจอพ่อ แต่ก็สงสารพ่อด้วยที่ต้องมาตกนรก ซึ่งก็แปลกนะ เป็นสิ่งที่ลูกทุกคนต้องศึกษาเรียนรู้ คือ มีหลาย ๆ อารมณ์ในเวลาเดียวกัน อารมณ์ดีใจที่ได้ไปหาพ่อ อารมณ์เสียใจเพราะสงสารที่พ่อตกนรก แต่ใจก็นิ่งไม่กระเพื่อม หลาย ๆ อารมณ์แต่ใจกลับไม่กระเพื่อมเลย

 

พอไปช่วยพ่อได้หลังจากนั้นก็ไปจากบ้านนี้ (ไปเรียนธรรมะต่อกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ) ไม่ได้อธิษฐานมาว่า เพื่อจะมาเป็นคนใช้เขา เพราะเราไม่ได้มาเพื่อการนี้ แม้จะทำได้อย่างดีเยี่ยมก็ตาม ที่หลวงพ่อเอาเรื่องของคุณยายมาเล่าให้ฟังก็เพื่อจะให้รู้ว่า “คุณยายขวนขวายโดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยบอก” ท่านเห็นธรรมะตลอดเวลาอย่างนั้น เพราะฉะนั้น ลูกก็ต้องทำธรรมะให้ได้ตลอดเวลา

 

คุณยายมาเจอพระเดชพระคุณหลวงปู่ตอนอายุ ๒๙ แสดงว่าท่านไปนรกก็อายุประมาณ ๒๘ - ๒๙ ท่านเล่าให้ฟังหลายครั้ง พออายุมากขึ้นก็เล่าน้อยลง แต่เนื้อหาก็ประมาณนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าลูกไม่ทิ้งทุกอย่าง ปล่อยวางทุกสิ่งได้เหมือนคุณยาย ก็ยากที่จะได้ เราต้องทำให้ได้อย่างท่านนะ

 

ถ้านั่งแล้วมีความสุขมันจะมีฉันทะเอง ถ้าไม่มีฉันทะ อีก ๓ ตัว (วิริยะ จิตตะ วิมังสา) ไม่ต้องพูดถึง ถ้ามีฉันทะจะมีความเพียร ใจจดจ่อ ไม่มีนอกรอบในรอบ ความช่างสังเกต มันจะมีเอง เพราะฉะนั้น ถ้ามีความสุข ฉันทะมันจะเกิดเอง ไม่ต้องให้ใครมาคอยดูว่านั่งมั้ย จะไม่มีฝากั้น ไม่มีในรอบนอกรอบ มันจะขวนขวายเองเลย

 

เพราะฉะนั้น..ลูกต้องร่วมมือร่วมแรง ต้องขวนขวายเพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเรา หลวงพ่อคอยลูกทั้งหมดให้ทำแบบคุณยาย ต้องทำให้ได้ ยังอยู่ในวัยแข็งแรง ต้องสอนตัวเองให้มาก ไม่ต้องรอให้ใครมาสอน เดี๋ยวก็วันเดี๋ยวก็คืนเดี๋ยวก็จะหมดเวลากันไป อายุสังขารเราก็มีเวลาจำกัด ต้องรีบชิงช่วงตอนนี้ อย่าประมาทกันนะลูกนะ

 

#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย