“ความพอดีนั้นแค่ไหน”
เรามาเกิดเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง
หรืออย่างน้อยก็เกิดมาสร้างบารมี หรือแสวงหาความสุขที่แท้จริงที่ถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดที่เราปรารถนานั้นอยู่ในตัว
ไม่ใช่นอกตัวเลย หลักสำคัญก็คือการเข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นกายตรัสรู้ธรรม เป็นผู้รู้
ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว พระรัตนตรัยภายใน เป็นที่พึ่งที่ระลึกที่แท้จริง การแสวงหาพระธรรมกายในตัวก็คือการแสวงหาความพอดี
ซึ่งบางทีมีคนถามว่า “ความพอดีนั้นแค่ไหน” ซึ่งตอบยากเหมือนกันนะ แค่ไหนพอดี เพราะเราไม่รู้พอดีมันอยู่ตรงไหน
เมื่อไม่รู้จักดี ก็ไม่รู้จักพอ เมื่อไม่ดีก็พร่องไปเรื่อย ๆ เพราะเจอแต่สิ่งที่ไม่ดี
ถ้าจะให้ดีต้องรู้จักว่า ดีอยู่ตรงไหน แล้วก็ต้องวางใจให้ถูกดี แล้วก็ให้ถึงดี ถึงจะได้ดี
เพราะว่าเข้าไปถึงความพอดี ดีทั้งหมดรวมประชุมอยู่ในพระธรรมกาย เมื่อไปถึงตรงนี้แล้วจึงจะรู้จักพอ
คือไม่อยากจะแสวงหาอะไรที่นอกเหนือจากนี้อีกแล้ว
ที่ปัจจุบันเขาแสวงหาไปเรื่อย ๆ เพราะเจอแต่สิ่งที่ไม่ดี ไม่ดีมันก็พร่อง
ถมเท่าไรก็ไม่รู้จักเต็ม ถอนเท่าไรก็ไม่รู้จักเตียน กระหายอยู่ตลอดเวลา แล้วชาวโลกมักจะดับกระหายด้วยน้ำทะเล
กระหายทีก็ดื่มน้ำทะเล ดื่มเท่าไรก็ไม่หายหิว ไม่หายกระหายเพราะมันเค็ม แต่เมื่อไรเจอน้ำฝนเจอน้ำสะอาด
เมื่อนั้นถึงจะดับความกระหายได้ ความเร่าร้อนในใจก็เช่นเดียวกัน ความกระหายที่ทำให้ใจของเราพร่องเป็นนิจ
จะหมดไปเมื่อเข้าถึงพระธรรมกาย ที่พระธรรมกายดีเพราะว่าท่านเป็นของแท้ เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขที่แท้จริงไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์
แต่สิ่งภายนอกที่ชาวโลกเขาแสวงหากัน ล้วนตกอยู่ในกฎของไตรลักษณ์ จะเป็นคน
เป็นสัตว์ เป็นสิ่งของ ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวก็ผุพังไป เมื่อผุพังก็เกิดความทุกข์
แล้วพักเดียวก็หายเห่อ หายเห่อก็หาใหม่ ชีวิตก็พร่องอยู่เป็นนิจ เหมือนตุ่มก้นรั่วอย่างนั้น
ฉะนั้นการที่เราต้องมาแสวงหาพระธรรมกาย ก็คือต้องการแสวงหาจุดแห่งความสมดุลในชีวิต
แสวงหาความพอดี เพราะเมื่อรู้จักพอแล้ว ชีวิตก็เต็มอิ่มเต็มเปี่ยม ไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว
เพราะฉะนั้น แม้นว่าออกพรรษาแล้ว เราก็ต้องตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมกันต่อไป เพื่อให้สมปรารถนาเข้าถึงพระธรรมกายภายในกันทุกคนนะลูกนะ
#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย