“ข้างนอกเคลื่อนไหว แต่ข้างในหยุดนิ่ง”
ให้ทำธรรมะควบคู่กับงานหยาบไปด้วย…
เพราะถ้ารอให้งานหยาบเสร็จ แล้วค่อยมาปฏิบัติธรรมเราอาจจะซี๊ก่อน เหมือนเวลาเรากินก๋วยเตี๋ยว
ก็ต้องหายใจไปด้วย ไม่ใช่กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ แล้วค่อยมาหายใจ ถ้าเรารองานหยาบเสร็จ
เดี๋ยวเราจะซี้ก่อนที่จะได้ปฏิบัติธรรมกัน
เพราะเราเข้ามาสู่องค์กร เพื่อจะมาปฏิบัติธรรมหาพระธรรมกายในตัว
เพื่อศึกษาวิชชาธรรมกาย เราจึงมาอยู่ตรงนี้ไง เราทุกคนต้องหวนไปทบทวน
มโนปณิธานดั้งเดิม ก่อนเข้ามาสู่องค์กรว่า “ไม่ใช่เราไม่มีทางไป จะไปใช้ชีวิตทางโลก ก็สามารถทำได้
แต่เราเลือกมาทางนี้”
ซึ่งตอนนี้ถึงเวลาแล้ว...
ถ้าอายุมากขึ้นความแข็งแรงจะลดลง จะมารอให้งานหยาบเสร็จแล้วค่อยทำงานละเอียดน่ะเหรอ??? เราต้องทำควบคู่กันไปในจังหวะที่ยังแข็งแรงอยู่ เป็นบุญลาภอันประเสริฐ
ที่จะได้ช่วยกันประคับประคอง ให้ไปสู่เป้าหมายที่เราเข้ามาสู่องค์กร …
ถ้าหากองค์กรเราใจหยุดได้ ใจสบายได้ มีความสุข
จากการปฏิบัติธรรม การกระทบกระทั่ง สูญพันธุ์เลย จะทำภารกิจกันอย่างมีความสุข
สนุกสนาน บุญบันเทิง “ข้างนอกเคลื่อนไหว
แต่ข้างในหยุดนิ่ง” ได้อย่างสมบูรณ์
พอทุกคนในองค์กรมีความสุข
จากผลของการปฏิบัติธรรม ก็จะมีความยิ้มแย้มเบิกบาน ถ้าใครเห็นหมู่คณะเรา
ก็จะเกิดคำถามว่า “ทำไมสมาชิกในองค์กร
ถึงดูเบิกบานเหมือนชาวสวรรค์” ก็อยากจะมาอยู่ด้วย
อยากทำบุญด้วย ซึ่งจะเป็น
องค์กรต้นแบบเลย เมื่อทุกคนมีความสุข คำว่า “สวรรค์บนดิน” ไม่ใช่คำขวัญหรู
ๆ แต่มีให้ดูจริง ๆ แล้วจะเป็นแรงบันดาลใจที่จะขยายไปสู่องค์กรอื่น การ change
the world ก็จะเกิดขึ้น (พ.ศ. ๒๕๕๙)
#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย