“จอดรถ
พ่อจะลง” คำสั่งระคนสะอื้นไห้ของโยมพ่อทำให้อาตมาตื่นจากภวังค์จินตนาการที่ล่องลอยไปพลันชะงัก
อาตมากำลังคิดถึงสิ่งที่อาตมาใฝ่ฝันและปรารถนามาตั้งแต่เด็ก ซึ่งในอีก ๒-๓
วันข้างหน้านี้จะกลายเป็นความจริงอยู่แล้ว หากว่าโยมพ่อยอมพาอาตมา
ซึ่งขณะนั้นยังครองฆราวาสวิสัยไปฝากฝังต่อท่านเจ้าคุณองค์อุปัชฌาย์ตามประเพณีเมื่อใด
เมื่อนั้นก็จะได้หลุดพ้นจากภาวะของการครองเรือนเข้าสู่เพศบรรพชิต อุทิศทั้งชีวิตนี้เป็นพุทธบูชาเพื่อกระทำให้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์
ทำไมท่านต้อง
หลั่งน้ำตา ต่อการอุปสมบทของอาตมาด้วยเล่า - - - ท่านปีติหรือ ? เปล่า - - โยมพ่อไม่ยินดีด้วยเลย เพราะท่านยังเห็นว่า ประการแรก
อาตมายังเด็กเกินกว่าที่จะเข้าวัด ทั้งที่อาตมาก็บรรลุนิติภาวะแล้ว
และประการหลังก็คือท่านเกรงว่าอาตมาจะบวชไม่สึก สำหรับประการแรก อาตมาเห็นว่า
ถ้าหากเราคอยให้มีอายุล่วงเข้าวัยกลางคน แล้วจึงค่อยปฏิบัติธรรม
ก็นับได้ว่าเป็นผู้ตกอยู่ในความประมาท เพราะไม่ทราบว่า
ความตายจะมาเยือนตัวเราเมื่อไร จะได้แก่ตายเหมือนคนอื่นเขาหรือเปล่าก็ไม่แน่
ถ้าไม่รีบสร้างบุญบารมีไว้เสียแต่เนิ่น ๆ แล้ว หากสิ้นชีวิตลงก็คงไม่มีอะไรเป็นสมบัติติดตัวต่อไปในภพหน้า
เป็นการใช้ชีวิตให้เสียไปชาติหนึ่งอย่างไร้ประโยชน์ด้วยความหลงผิดคิดห่วงใยอยู่กับปริญญาและทรัพย์สมบัติอื่น
ๆ นอกกาย สมบัติทางโลกจะใช้ได้ก็เพียงในฐานะที่เป็นสื่อกลางสำหรับการดำรงชีวิตในปัจจุบันเท่านั้น
ยามเกิดเรามามือเปล่าพร้อมกับกำมือแน่น แสดงให้โลกเห็นว่าเราเกิดมาเพื่อยึดถือ แต่ยามตายกลับแบมือหรา
แสดงให้คนข้างหลังรู้ว่าเราเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้เลย
จะมีติดตัวไปโดยไม่ต้องแบกหามก็แต่เฉพาะบุญกับบาปเท่านั้น บาปอาตมาไม่พึงปรารถนาจะพกติดตัวไป
แต่บุญอันเป็นอริยทรัพย์
ซึ่งสามารถจะใช้เป็นเสบียงในการเดินทางไปสู่พระนิพพาน
หรือถึงซึ่งความหลุดพ้นอาสวกิเลสโดยสิ้นเชิง
นั้นต่างหากเป็นสิ่งที่อาตมาพึงประสงค์ และต้องเร่งบำเพ็ญ สำหรับเหตุผลประการหลังนี้เองที่โยมพ่อของอาตมาสังหรณ์ใจให้ถูกและเกรงว่า
อาตมาจะบวชไม่สึก จึงคอยกีดกันอยู่เสมอมา
ชีวิตครองเรือนมีความสุขน้อย ทุกข์มาก
ไม่มีอิสระ ไม่ผิดอะไรกับช้างสารถูกตกปลอก คือต้องดิ้นรนเพื่อ กิน กาม เกียรติ
และกลัว ยิ่งกว่านั้นความทุกข์ระทมที่ซ่อนอยู่ทุก ๆ ครัวเรือน เป็นต้นว่า
พ่อแม่เพียงสองคนสามารถเลี้ยงลูกจนเติบใหญ่พร้อมทั้งให้การศึกษาได้หลายคน
แต่ทว่าลูกหลายคนจะเลี้ยงพ่อหรือแม่เพียงคนเดียวก็ยังยาก เหล่านี้คือมรดกที่ตกทอดกันมาหลายชั่วคนแล้ว
เป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการกำเนิดของโลก
นับตั้งแต่ที่อาตมามีอายุได้ ๑๕ ขวบ อาตมาเฝ้าคิดวนเวียนถามตนเองอยู่เสมอว่า
มนุษย์เราเกิดมาทำไม ตายแล้วจะไปไหน ทำไมจึงว่าเรามีกรรมเป็นของตัวเอง
บาปบุญมีจริงไหม จากการได้ยินได้ฟังและการค้นคว้าตำราก็ยืนยันว่าบาปบุญมีจริง
ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเองจริง แต่ตราบใดที่อาตมายังมองไม่เห็น
เรื่องเหล่านี้ก็เป็นเพียงความรู้จากการอ่านหนังสือได้ยินได้ฟังโดยทั่วไป
ไม่เป็นการเพียงพอที่จะพึงยอมรับว่าเป็นความจริงโดยแท้ได้ เพราะการที่บุคคลได้ความรู้มาโดยที่ยังไม่ได้เห็นความจริงนั้น
ก็ไม่ผิดอะไรกับความรู้ของคนตาบอด คลำช้าง
หากเป็นความรู้ที่ได้มาจากทั้งรู้และทั้งเห็น จึงจะเป็นความรู้แจ้งอันก่อให้เกิดปัญญา
เสมือนหนึ่งเปิดของคว่ำให้หงายฉะนั้น
ทุกวันเสาร์และอาทิตย์
อาตมามักจะไปหมกตัวอยู่ตามวัดต่าง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
เพื่อฟังผู้ใหญ่สนทนาธรรม รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างเรื่อยมา แต่ไม่เข้าใจเสียมากกว่าครึ่งหนึ่ง
พอหนัก ๆ เข้าฟังอย่างเดียวเห็นจะไม่ไหว จึงได้เข้าไปกราบพระอาจารย์ ขอเรียนกรรมฐานและปฏิบัติธรรมที่วัดมหาธาตุ
ฯ อย่างสม่ำเสมออยู่ที่นั่น ทำให้จิตเป็นสมาธิและใจคอเยือกเย็นดีพอสมควร
แต่ชะรอยในอดีตชาติอาตมาคงไม่เคยปฏิบัติธรรมตามแนววิธีนี้
จึงไม่ตรงกับจริตอัธยาศัยของอาตมาในชาตินี้ และคิดหาทางปฏิบัติตามวิธีใหม่
ภายหลัง อาตมาจึงได้หันมา ปฏิบัติธรรมตามแบบอานาปาณสติ ซึ่งพอจะถูกอัธยาศัยขึ้น บางครั้งขณะที่อาตมานั่งกำหนดลมหายใจเข้า-ออกก็ได้เห็นแสงสว่างวาบขึ้นในใจสว่างจนหาที่เปรียบมิได้ มีความรู้สึกสบายกายสบายใจอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากในขณะนั้นเป็นการศึกษาและปฏิบัติจากตำราโดยไม่มีอาจารย์ควบคุม จึงมาติดปัญหาตรงที่ว่า ที่เห็นแสงสว่างโล่งนั้นมีต้นสายปลายเหตุมาอย่างไร เวลาจะหายไปก็หายไปเฉย ๆ โดยที่ตัวเองก็ไม่ทราบว่าหายไปไหน จะหาผู้ให้คำแนะนำก็ไม่มี จึงจำต้องวางวิธีการปฏิบัติตามแนวนี้ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวอีก
ต่อมาได้อ่าน หนังสือธรรมกาย ของพระมงคลเทพมุนี อดีตหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ กล่าวว่าถ้าจะเดินให้ถูกต้องร่องรอยของพระพุทธศาสนาจะต้องได้ทั้งรู้ทั้งเห็น และยืนยันว่าธรรมกายนี่แหละจะสามารถทำให้ทั้งรู้ทั้งเห็นได้ ยิ่งกว่านั้นหลวงพ่อยังบอกด้วยอีกว่าธรรมกายนี้คือตถาคต หาใช่กายเนื้อของพระสิทธัตถะไม่ โดยอ้างบาลีว่า ธมฺมกาโย อหํ อิติปิ อาตมาจึงรู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่คลำเป้าหมายของศาสนาได้ถูกทาง ยังเหลืออยู่อย่างเดียวก็คือว่า ทำอย่างไรจึงจะได้ทั้งรู้และทั้งเห็นความจริงในอริยสัจสี่เท่านั้นเอง อาตมาตัดสินใจ รีบตรงไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อหวังที่จะขอให้หลวงพ่อช่วยสอนธรรมให้ แต่ปรากฏว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อมรณภาพเสียแล้วตั้งแต่อาตมายังเยาว์อยู่ ทำให้อาตมามีความรู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูกว่านี่...อาตมาหมดที่พึ่งทางธรรมปฏิบัติแล้วหรือ ?
ในระหว่างที่อาตมากำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น ก็ได้พยายามหาเวลาว่างศึกษาประวัติและปฏิปทา ตลอดทั้งวัตรการปฏิบัติของหลวงพ่อที่สนใจเป็นพิเศษคือการฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการ เพื่อเผยแพร่วิชชาธรรมกายให้สาธุชนได้ซาบซึ้งในสัจธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผลงานของหลวงพ่อมีทั้งตื่นเต้นและเร้าใจอาตมาให้กระหายใคร่จะดำเนินรอยตาม และนี่คือ จุดเริ่มต้นแห่งการตั้งปณิธานว่า ยามใดที่เห็นธรรมะแล้วจะขอดำเนินรอยตามหลวงพ่อ และจะปฏิบัติตนให้เป็นธรรมทายาทของหลวงพ่ออย่างแท้จริงตลอดไป
เมื่อมหาวิทยาลัยปิดภาคการศึกษาแล้ว อาตมาก็เริ่มไปปฏิบัติธรรมที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ขณะนั่งปฏิบัติธรรมอยู่คนเดียวต่อหน้าที่ไว้ศพหลวงพ่อบนโรงเรียนสอนปริยัติธรรม โดยนึกภาวนาในใจว่า “สัมมาอะระหัง” เรื่อยไป พร้อมกับกำหนดเครื่องหมายให้ใสเหมือนเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว และปราศจากไฝฝ้าราคีหรือขนแมว มีขนาดโตเท่าแก้วตา เมื่อกำหนดหนักเข้าและจะนั่งอยู่นานเท่าไรก็ไม่ทราบ พลันกายอาตมาก็เบาขึ้นเรื่อย ๆ จนลืมความปวดเมื่อย เครื่องหมายที่นึกกำหนดก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น ๆ วิ่งวนไปรอบ ๆ แล้วก็หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายเหนือสะดือ ๒ นิ้วกึ่งกลางตัว มีลักษณะเป็นดวงกลมขนาดลูกมะนาวเขื่อง ๆ ใสเหมือนเพชรลอยนิ่งอยู่ ชัดยิ่งกว่าเวลาเรามองเห็นดวงจันทร์ลอยอยู่กลางท้องฟ้าขณะที่ปราศจากหมู่เมฆในคืนวันเพ็ญ อาตมาก็เพ่งเรื่อยไปในกลางดวงนั้น เพราะพระอาจารย์สั่งไว้ว่า เห็นอะไรก็มองเข้าไปตรงกลางเรื่อยไป นึกให้ใสหนักขึ้นไม่ต้องลังเลสงสัย ไม่ต้องตื่นเต้นดีใจ ให้ทำใจเป็นอุเบกขาอาตมาก็ทำตาม กระทั่งดวงนั้นขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ใสหนักเข้าและหายไป แต่มีสิ่งใหม่ลอยขึ้นมาจากศูนย์กลางกาย สิ่งที่ลอยขึ้นมาทีละน้อย ๆ นั้นเป็นกายมนุษย์แต่ทว่าใสเป็นแก้ว และสำคัญที่สุดก็คือ หน้าตาเหมือนกับอาตมาไม่มีผิด นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงศูนย์กลางกาย ความรู้สึกของกายเนื้อหายไปไหนไม่ทราบ แต่กลับมีความรู้สึกในกายที่เกิดขึ้นใหม่ อาตมาระงับใจไม่ให้ตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ มีความรู้สึกหัวใจเต้นแรง ทำให้สิ่งที่อาตมาเห็นเมื่อครู่ลางเลือนไป จึงได้เข้าใจวันนั้นเองว่า ความปีติเป็นศัตรูของสมาธิอย่างหนึ่ง อาตมาพยายามทำใจให้ระงับไว้เป็นปกติ จนกระทั่งได้เห็นกายใสเหมือนเดิมและขยายใหญ่ขึ้น จนเท่าตัวกายอาตมาจริง ๆ และใสเป็นแก้ว วันนั้นได้เห็นแค่นี้อาตมาจึงได้กราบเรียนถามพระอาจารย์ว่าที่เห็นนั้นถูกหรือไม่ ท่านได้กรุณาอธิบายให้ทราบว่าถูกแล้วไม่ต้องลังเลสงสัย และว่านั่นคือกายมนุษย์ละเอียด หรือกายไปเกิดมาเกิด หรือกายฝันนั่นเอง ส่วนดวงสว่างที่เห็นกลม ๆ ในศูนย์กลางกายเหนือสะดือ ๒ นิ้วนั้นคือดวงปฐมมรรคซึ่งเป็นมรรคผลเบื้องต้นของนิพพาน พระอรหันต์จะเข้านิพพานต้องไปทางนี้ ผิดจากทางนี้ไปไม่ได้ และกายมนุษย์ละเอียดที่เห็นนั้น เมื่อเราตื่นขึ้นมาก็อยู่ที่ศูนย์กลางกายนั่นเอง ตรงศูนย์กลางนั้นเป็น ที่เกิด ที่ดับ ที่หลับ ที่ตื่นของมนุษย์ มนุษย์จะมาเกิดก็ต้องมาที่ศูนย์นั้น เวลาจะตายก็ต้องไปหยุดอยู่ที่ศูนย์นั้น เมื่อจะหลับใจก็ต้องไปหยุดที่นั่น และเวลาจะตื่นก็ต้องตื่นตรงนั้น เหล่านี้เป็นความรู้ใหม่ที่อาตมาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจว่า เราได้เห็นของจริงแล้ว ถึงแม้จะเพียงน้อยนิดก็ยังนับว่าเป็นการดี
ยิ่งเพียรก็ยิ่งเห็น ยิ่งทำก็ยิ่งรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้เคยเห็นเพิ่มขึ้น จนกระทั่งเห็นพระธรรมกาย เป็นปฏิมากรเกศดอกบัวตูม ลอยขึ้นมาแทนที่ หน้าตักกว้างสัก ๑ ศอกเห็นจะได้ ใสเหมือนแก้วจริง ๆ สวยงามและประณีตที่สุดอย่างไม่เคยเห็นว่าจะมีพระพุทธรูปองค์ใดสมัยใดมาเปรียบเทียบได้ ท่านเปล่งรัศมีสว่างทั้งองค์และได้ส่วนสัด ยิ่งมองยิ่งชัดติดตาหนักเข้า ใสสว่างยิ่งกว่าพระอาทิตย์ในตอนเที่ยงและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ พอนึกจะมองก็เห็น เป็นอย่างนี้ตลอดทั้งคืนทั้งวัน ในสมัยที่อาตมายังฝึกสมาธิแบบอานาปาณสติ เมื่อจิตหยุด เป็นสมาธิดีที่เคยเห็นองค์พระอย่างนี้ ลอยอยู่ข้างหน้าเป็นเวลานาน ๆ แต่เนื่องจากอาตมาเกรงว่าจะเป็นนิมิตหลอกจึงละเสีย หันมากำหนดกองลมให้สว่างองค์พระจึงหายไปเกิดเป็นดวงกลม ขนาดหัวแม่มือขึ้นมาแทนที่และลอยเข้ามาจดที่เพลาตาขวา
ขณะกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น อาตมาได้ศึกษาธรรมปฏิบัติที่สำนักวัดปากน้ำตลอดมา โดยได้รับความกรุณาจากพระอาจารย์ผู้มีพระคุณหลายท่านช่วยอบรมสั่งสอน มีทั้งพระภิกษุ อุบาสกและอุบาสิกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ภายในบริเวณวัดปากน้ำ ทุก ๆ เช้าต้องรีบออกจากหอพักไปหาอาหารรับประทาน แล้วรีบจับรถจากมหาวิทยาลัยไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ธนบุรี ในขณะเดินทางไม่ว่าจะโหนรถเมล์หรือมีที่นั่งก็ตาม อาตมาเอาใจไปจดจ่อกับธรรมกายในตัวเรื่อยไป ทีแรกก็เห็นบ้างไม่เห็นบ้าง แต่ครั้นต่อ ๆ มาชำนาญเข้าก็เห็นธรรมกายชัดตลอดเวลา กว่าจะถึงวัดปากน้ำก็ตกในราว ๘ โมงเช้า แล้วก็นั่งสมาธิฝึกธรรมภาคปฏิบัติกับคุณยายไม่ลดละ พอ ๒ ทุ่มคุณยายก็ให้กลับ กว่าจะถึงบางเขนก็เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มทุกวัน หลายคนเข้าใจว่าอาตมาเป็นลูกศิษย์วัดไปแล้ว เพราะเห็นไปอยู่ที่วัดเป็นประจำ และเพราะเหตุนี้ทำให้เพื่อน ๆ นิสิตด้วยกัน ต้องพลอยรู้สึกใจหายใจคว่ำไปด้วยเมื่อถึงระยะใกล้จะสอบไล่ โดยเหตุที่การศึกษาของอาตมาขาดบ้างเกินบ้างอยู่เสมอมา มีอยู่บ่อยครั้งที่อาตมาเคยได้ปรารภกับคุณยายว่า อยากจะลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่ออุทิศชีวิตให้กับพระพุทธศาสนาตลอดไปเพราะเบื่อโลกเต็มที่ แต่คุณยายยังไม่ยอมให้ทำเช่นนั้นและให้เหตุผลว่า “ต้องจบปริญญาก่อนจึงค่อยบวช มิฉะนั้นชาวโลกเขาจะตำหนิได้ว่าหมดความสามารถทางโลกแล้ว จึงหนีหน้ามาอาศัยผ้าเหลือง” ในที่สุดอาตมาก็สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาก่อนบวชไม่กี่วัน
ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้น
อาตมาได้พยายามชักชวนเพื่อนนิสิตรุ่นพี่รุ่นน้องจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
ไปปฏิบัติธรรม โดยชี้ให้เขาเหล่านั้นเห็นโทษของการห่างธรรมและคุณค่าของการประพฤติธรรม
ตลอดจนปฏิปทาของอาตมาในอนาคต
กระทั่งเขาเหล่านั้นมีดวงตาเห็นธรรมและร่วมใจกันตั้งสัตยาธิษฐานจะขออยู่เป็นโสด
ประพฤติพรหมจรรย์ในเพศภิกษุและอุบาสิกาตราบจนหมดอายุขัย
เพื่อจะช่วยชี้ทางสั่งสอนเวไนยสัตว์ให้เห็นธรรม ตามแนวเทศนาของพระมงคลเทพมุนี
หลวงพ่อวัดปากน้ำ เพื่อทำให้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์
และในขณะนี้ทั้งท่านที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย
และทั้งท่านที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแล้ว
ได้มุมานะร่วมแรงร่วมใจกันวางโครงการเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เขาใฝ่ฝันนั่นคือ
สร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สงบเงียบ ร่มรื่นเย็นสบายในที่สุด
ก่อนที่อาตมาจะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
พวกเราก็เก็บรวบรวมเงินได้ก้อนหนึ่งไปซื้อที่ ๆ จังหวัดปทุมธานีเป็นจำนวน ๑๙ ไร่
ไว้สำหรับสร้างสำนักปฏิบัติธรรมเล็ก ๆ ทั้งอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และอาตมาก็ได้ช่วยกันอบรมสั่งสอนธรรมปฏิบัติแก่สาธุชนผู้ใฝ่ธรรม
ณ บ้านธรรมประสิทธิ์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ นี้ไปพลางก่อน
นับตั้งแต่พรรษาแรกที่อาตมาได้บวชเป็นภิกษุเป็นต้นมา
และมีผู้ปฏิบัติธรรมเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสถานที่ใช้ฝึกปฏิบัติธรรมแห่งนี้แคบลงถนัด
ยิ่งกว่านั้นที่ดินที่ซื้อไว้ ๑๙ ไร่ ดังกล่าวแล้วก็พลอยเล็กลงไปด้วยเช่นกัน
จึงได้บอกให้ผู้เริ่มงานด้วยกันมาตั้งแต่ต้นทราบว่า
ถึงเวลาแล้วที่จะต้องคิดทำการขยับขยายสำนักปฏิบัติธรรมให้กว้างขวางกว่านี้ เป็นการเผื่อไว้ให้เพียงพอสำหรับจำนวนผู้สนใจฝึกปฏิบัติธรรมในอนาคตด้วย
ซึ่งทั้งนี้ควรจะวางโครงการจัดสร้างสถาน "ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม"
อันเป็นวัดในเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๕๐ ไร่
ผู้ร่วมงานจึงต่างก็ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินโครงการนี้อย่างขะมักเขม้น
เพื่อให้ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมที่เกิดขึ้นเป็นสถานที่ประกาศสัจธรรมของพระบรมศาสดาแก่เวไนยสัตว์ผู้ใฝ่ธรรมสืบไป
คณะผู้ร่วมดำเนินการและผู้ที่มารับการฝึกปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ทุกท่าน ได้ร่วมใจกันอธิษฐานเรียกบุญทั้งของตนเองและของสาธุชนทั้งโลก ขอให้ความตั้งใจจริงที่มีมานานหลายปี และความปรารถนาดีที่มีต่อสัตวโลกทั่วไป จงดลบันดาลให้ได้ที่ดินสัก ๕๐ ไร่สำหรับสร้างวัด เพื่อเป็นสถานที่สร้างบารมีที่ยิ่งด้วยบารมีด้วยเถิด
ด้วยอำนาจอธิษฐานของพวกเราทุกคนที่ได้กระทำขึ้นติดต่อกันอยู่เสมอมานี่เอง ในที่สุด จึงดลบันดาลให้โยมคุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี และโยมพี่ วรณี สุนทรเวช ผู้เป็นบุตรี ได้ยกที่ดิน ๒ ผืนถวายแก่พระศาสนา ผืนหนึ่งเป็นเนื้อที่ดิน ๑๙๖ ไร่ ๙ ตารางวา ที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อสร้างวัด และอีกผืนหนึ่งประมาณ ๓ ไร่ ๒ งานเศษ ที่หลังโรงพยาบาลกลาง ไว้ในการก่อสร้าง อาตมาในนามผู้ปฏิบัติธรรมบ้านธรรมประสิทธิ์ จึงขอถือโอกาสอนุโมทนาในบุญกุศลของคุณโยมทั้งสองท่านที่ได้ยกที่ดินทั้ง ๒ แห่งนี้ถวายแก่พระพุทธศาสนาไว้ ณ ที่นี้ด้วย และขออาศัยหนังสือเล่มนี้ประกาศไปยังผู้อ่านทุกท่าน ขอได้โปรดอนุโมทนาสาธุการในบุญกุศลของโยมทั้ง ๒ ท่านโดยทั่วถึงกัน และอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย อันมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงดลบันดาลให้โยมทั้ง ๒ เจริญรุ่งเรืองด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อยู่ในบวรพุทธศาสนา ทั้งปัจจุบันนี้และอนาคตต่อไป ทุกภพ ทุกชาติ กระทั่งตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพานจงทุกประการเทอญ
อำนาจพุทธธรรมนั้นใหญ่ยิ่งลึกซึ้งนัก ปักแน่นลงในใจของอาตมาจนต้องเปล่งวาจาออกมาเป็นสัตยาธิษฐานว่า จะสละชีวิตนี้ให้พระศาสนา ครองผ้ากาสาวพัสตร์ อันเป็นเสมือนธงชัยของพระอรหันต์ไปจนชั่วอายุขัยลง ณ บัดนี้ และขอให้ทั้งหมู่มนุษย์ เทวดา พรหม อรูปพรหม และพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ทั่วทุกจักรวาลให้เป็นสักขีพยานในสัตยาธิษฐานครั้งนี้ด้วย ขออำนาจ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์จงได้ดลใจท่านผู้ล่วงรู้ข่าวการสร้างวัดที่เป็นวัดอันแท้จริง ให้เกิดศรัทธา มาร่วมปฏิบัติธรรม และเสียสละพลังกายแรงใจ สติปัญญา และทุนทรัพย์เพื่อสร้าง "ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม" แห่งนี้เป็นการร่วมสร้างบารมีด้วยกันเถิด •
หม้อน้ำที่คว่ำไว้ย่อมคายน้ำจนไม่เหลือฉันใด
ผู้ปรารถนาบรรลุโพธิญาณก็จงเป็นฉันนั้น
จักต้องไม่ใยดีใน ทรัพย์ สมบัติ ยศ
บุตร ภรรยา . . . . .
#หลวงพ่อธัมมชโย #ทบทวนโอวาท #วัดพระธรรมกาย #ธรรมกาย